“ธรรมนัส” นั่งรัฐมนตรีล่อเป้านักร้อง ส่อทำ “อนุทิน” พ้นเก้าอี้นายก

ภายหลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าได้มีการยื่นทูลเกล้าฯ รายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วนั้น ปรากฏว่า มีชื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้วยนั้น หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตเรื่องคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี เพราะเคยมีประวัติถูกจับกุมในออสเตรเลีย เมื่อปี 2536 โดยถูกจำคุก แต่ได้รับการปล่อยตัวก่อนครบกำหนด หลังจากนั้นเดินทางกลับประเทศไทย จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส เข้าสู่การเมือง เป็น ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ และได้รับแต่งตั้งเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ต้องโทษจำคุก ขาดคุณสมบัติหรือไม่

ประเด็นนี้กลายเป็นที่ถกเถียงอย่างกว้างขวางในแวดวงการเมืองไทยว่าถือเป็น “ต้องคำพิพากษาถึงที่สุด” ตามกฎหมายไทยหรือไม่ จนทำให้เมื่อปี 2563 สส. พรรคก้าวไกล (ปัจจุบันคือพรรคประชาชน) 51 คน เข้าชื่อร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรขอให้ส่งคำร้องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า สมาชิกภาพของ สส. ของ ร.อ.ธรรมนัส สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดพะเยา เขตเลือกตั้งที่ 1 และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) สิ้นสุดลง และเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สิ้นสุดลงเฉพาะตัว

เนื่องจากปรากฏข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2538 ขณะใช้ชื่อว่า “นายมนัส โบพรหม” ต้องคําพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทําความผิดตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด ฐานเป็นผู้ผลิต นําเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า ตามคําพิพากษาของศาลอุทธรณ์รัฐนิวเซาท์เวลส์ (เครือรัฐออสเตรเลีย) เลขที่ 60449/94 และ 60434/94 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2538 โดยในการกระทําความผิดดังกล่าว ศาลได้พิพากษาลงโทษจําคุก ร.อ.ธรรมนัส เป็นระยะเวลา 6 ปี โดยกําหนดโทษเป็นระยะเวลาขั้นต่ำ 4 ปีและระยะเวลาห้ามปล่อยตัวอีก 2 ปี แม้จะเป็นคําพิพากษาของศาลต่างประเทศก็ย่อมมีผลตามรัฐธรรมนูญไทย (เรื่องพิจารณาที่ 13/2563)

การตีความของศาลรัฐธรรมนูญ

ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 160 วรรค 6 กำหนดว่า รัฐมนตรีต้อง ไม่เคยถูกศาลพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก (เว้นแต่โทษลหุโทษหรือโดยประมาท)

ปี 2564 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า ร.อ.ธรรมนัส ไม่ขาดคุณสมบัติรัฐมนตรี เหตุผลเพราะคำพิพากษาของศาลออสเตรเลียไม่ใช่คำพิพากษาของศาลไทยตามกฎหมายไทย ดังนั้นไม่เป็นลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 160 ส่งผลให้ ร.อ.ธรรมนัส สามารถดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่อไปได้ตามกฎหมาย

นักวิชาการชี้ช่องร้องขัดจริยธรรม

นายวัส ติงสมิท นักวิชาการอิสระ ระบุเกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า คดีเดิมของร.อ.ธรรมนัส ผู้ร้องไม่ได้ร้องศาลรัฐธรรมนูญด้วยว่า ร.อ.ธรรมนัส ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ หรือมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง (ตามมาตรา 160 (4) และ (5))

ดังนั้น หากร.อ.ธรรมนัสเข้าดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาลอนุทินจริง สส. ไม่น้อยกว่า 10 % ของสภาผู้แทนราษฎรสามารถเข้าชื่อร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรขอให้ส่งคำร้องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของธรรมนัสสิ้นสุดลงเฉพาะตัวด้วยเหตุธรรมนัสขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ หรือมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงได้

“อนุทิน” ส่อหลุดเก้าอี้นายกฯ

นายวัส ยังวิเคราะห์ว่า มีแนวโน้มว่า นายอนุทินผู้เสนอให้ร.อ.ธรรมนัส เป็นรัฐมนตรี ก็อาจต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คล้ายกับกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน ที่ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลังจากมีการแต่งตั้ง นายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ศาลสั่งจำคุก “ศรีสุวรรณ” 4 ปี – “เจ๋ง ดอกจิก” โดน 6 ปี คดีรีดทรัพย์อธิบดีกรมข้าว

“ชัช เตาปูน” แย้มพร้อมนั่งเลขาฯ รทสช. แทน “เอกนัฏ” หนุน “พีระพันธุ์” สู้ต่อ