รูดม่านปิดฉากปี มะเส็ง(เคร็ง) 2568 ปีแห่งวิกฤติผันผวนของประเทศไทย
ทั้งความผันผวนของเกมอำนาจการเมืองภายใน ศึกสงครามกับเพื่อนบ้านกัมพูชา รวมไปถึงความผันผวนจากภัยธรรมชาติ
ต้นปีมา ก็เจอแผ่นดินไหว ที่ทลายไปถึงโครงสร้างประเทศ ทำให้เห็นถึงความฟอนเฟะขอองค์กรที่ควรจะเป็นหลักในการรักษา เงินของแผ่นดิน อย่าง สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ตึกสูงตระหง่านฟ้า ที่กำลังก่อสร้างสำหรับเป็นสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ พังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี
เข้าสู่ครึ่งหลังของปี ก็เกิดศึกสู้รบกับเขมร ในพื้นที่แนวชายแดน 4 จังหวัดภาคอีสานใต้ ในรอบแรก และขยายวงลงมาจังหวัดภาคตะวันออก ในรอบที่ 2
และนี่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล จาก แพทองธาร ชินวัตร มาเป็น อนุทิน ชาญวีรกูล จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย จากมือสนับสนุน สส.พรรคประชาชน
แต่การเมืองที่เต็มไปด้วยเกมอำนาจ และความสับปลับ สุดท้ายรัฐบาลภูมิใจไทย ก็ฉีก MOA ล้มกระดานการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นำไปสู่การยุบสภาเลือกตั้งกันใหม่
เปิดศักราชใหม่ 2569 ที่ยังไม่รู้ว่าเป็นปี ม้าคึกคัก หรือ ม้าพยศ
ปฏิทินการเมืองมุ่งสู่การเลือกตั้งสส. กำหนดวันเข้าคูหา 8 ก.พ.2569 ท่ามกลางควันไฟสงครามชายแดน ไทย-กัมพูชา ที่ยังคุกรุ่น พร้อมจะกลับมาเปิดศึกกันได้ทุกเมื่อ (ที่เขมรสะสมอาวุธได้มากพอ)
ตราบใดที่“ขุมทรัพย์สแกมเมอร์” ของตระกูลฮุน ยังไม่โดนทำลายให้ราบเป็นหน้ากลอง ใช้ “เงินเทา” จ้างผีโม่แป้ง จ้างทหารฝรั่ง ช็อปอาวุธจีนแดงได้ไม่อั้น ส่อเค้าจะกลายเป็นสงครามมิติซับซ้อน ยกระดับโยงกับศึกภูมิรัฐศาสตร์ เกมเพาเวอร์เพลย์ของมหาอำนาจ สหรัฐอเมริกา-จีน-รัสเซีย-อังกฤษ-ฝรั่งเศส
กัมพูชาลากไทย เข้าไปอยู่ในเกมการเมืองโลกเต็มตัว
วิกฤติความมั่นคงกระทบชิ่งเศรษฐกิจ เพิ่มโจทย์ที่โคตรยาก ให้แก่รัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง ที่ต้องประคองเกม ให้พ้น“บ่วงเลือกข้าง” สไตล์การทูตสองหน้าไม่ง่ายเหมือนในอดีต
สัญญาณที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสติเฟื่องสหรัฐฯ จงใจเลือกข้างเขมร กดดันไทยไม่ให้ไปอี๋อ๋อกับจีนแผ่นดินใหญ่ ด้วยไม้ตาย“มาตรการภาษี”
แต่ก็ยังมีช่องให้ออก โดยเฉพาะการมุ่งถล่ม แหล่งกบดานแก๊งสแกมเมอร์ เน้นทำลายล้างกาสิโน ฐานที่มั่นแก๊งอาชญากรไซเบอร์โลก ที่มีอยู่ตลอดแนวชายแดนในฝั่งกัมพูชา ต้อง“ตัดท่อน้ำเลี้ยง”ที่โยงมาฟอกในไทย ตามแผน “โลกล้อมแผ่นดินบาป” ปิดเกม“ฮุน เซน”
แต่ที่มันสะดุด เพราะในหมู่ชนชั้นนำผู้มีอำนาจ นักการเมืองขาใหญ่ แก๊งทหารเฒ่า“เนฟเวอร์ดาย” บิ๊กธุรกิจ ถ้าไม่กล้าหยิกเล็บให้เจ็บเนื้อ พี่น้องประชาชนคนไทยกระอักแน่
แม้การเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนคนไทยจะมีโอกาสชี้ชะตาตัวเอง ชี้ชะตาอนาคตประเทศชาติ แต่บรรยากาศการหาเสียงกลับไม่พีคอย่างที่ควรจะเป็น
เพราะทุกคนรู้ดีว่า เลือกไปก็เท่านั้น ถ้าคนคุมเกมอำนาจไม่ไฟเขียวซะอย่าง
ในสภาพการเมืองที่แบ่งขั้วแยกข้างกันชัดเจน ระหว่าง “ขบวนโหนอำนาจอนุรักษ์นิยม” กับ “ขบวนแห่เสรีนิยม”
สมการอำนาจ ตามสูตรการจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ไม่ได้ติดเดดล็อกเหมือนรอบที่ผ่านมา มีแค่ล็อกตาย “มีส้ม ไม่มีเทา” มีพรรคประชาชน ก็ต้องไม่มีพรรคกล้าธรรม และหรืออาจจะรวมไปถึง ค่ายสีฟ้า ของ “พี่มาร์ค คัมแบ็ก”
นอกนั้นเป็นไปได้หมด “ส้มบวกน้ำเงิน-น้ำเงินบวกแดง-ส้มบวกแดง ฯลฯ”
เกมจัดรัฐบาลใหม่พลิกผันได้ตามตัวเลขหน้างาน
ไม่ว่าจะสูตรผสมสีไหน ก็ต้องมาแบกรับ “โจทย์อำนาจประเทศไทย” อันหนักอึ้ง
ประชาชนคนไทยมีแค่สิทธิเลือกตั้ง แต่ไม่มีสิทธิ “ตั้งรัฐบาลเป็นของตัวเอง”



