ประเทศไทย กลายเป็นภาพจำของชาวโลกไปแล้ว
หลังเกิดเหตุเครนก่อสร้าง โครงการเมกะโปรเจกต์ ถล่ม 2 วันซ้อน กับ 2 โครงการติดๆ คือ โครงการรถไฟความเร็วสูง-รถไฟรางคู่ และโครงการสร้างทางยกระดับถนนพระราม 2 ช่วงกม.ที่ 30+300 ถึง กม.ที่ 30+400
ภายใต้บริษัทรับเหมาเจ้าเดิม บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินการในชื่อกิจการร่วมค้า ITD – CREC No.10 ร่วมกับบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์เทน เอนจิเนียริ่ง กรุ๊ป จำกัด “ไชน่า เรลเวย์” (CREC: China Railway Engineering Corporation)
กลายเป็น “จังหวะนรก” ที่ฟ้องประจานสายตาชาวโลก กับมาตรฐานการควบคุมการก่อสร้าง ที่สุดห่วยบรมห่วยของประเทศ “ไทยแลนด์ โอนลี่”
ก่อนหน้านี้เคยก่อเหตุสร้างเรื่องฉาวมาแล้ว กับโครงการก่อสร้าง ตึกสตง. มูลค่ากว่า 3 พันล้านบาท ที่ถล่มลงมาพังพาบ ตามแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว ซึ่งนี่ใกล้จะครบรอบขวบปีแล้ว คดีความ และการตรวจสอบยังไม่ไปถึงไหน
หรือจะเป็นการรับเหมาช่วงต่อโครงการ 8 ชั่วโคตร ถนนพระราม 2 คานก่อสร้างพังถล่ม ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกลายเป็นตำนานความเสี่ยงที่ยังมีชีวิต ของความเสื่อมทรามเมกะโปรเจกต์โครงการนี้ เป็นความอุบาทว์สุดชุ่ยของบริษัทผู้รับเหมาเจ้านี้
ทั้งหมดทั้งมวลของที่มาโครงการ ต้องย้อนไปถึงยุค รัฐบาลคสช. ภายใต้การนำของ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อเนื่องมาถึง “รัฐบาลลุงตู่ 2” ที่มีพรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมรัฐบาล รับผิดชอบโควต้าทั้งกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงคมนาคม
มี ดิจิทัล ฟุตพริ้นท์ (Digital Footprint) เป็นหลักฐานพยานอยู่โทนโท่
มีผู้รู้ในวงการก่อสร้างระดับยักษ์ของประเทศไทย ยืนยันข้อมูลมาตรฐานการก่อสร้าง มีแต่ความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัย ที่ขึ้นอยู่กับเงินทอนใต้โต๊ะให้พวก “นักกินเมือง” ทั้งหลาย จนประเทศไทยเหมือน บ่มฝีจนได้ที่ แตะตรงไหน แตกตรงนั้น
ที่สะดุ้งกว่าใครหนีไม่พ้น “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ต้องรีบเทคแอ็กชั่นโชว์บทดุดัน สั่งการกระทรวงคมนาคม เลิกสัญญาก่อสร้าง กับอิตาเลี่ยนไทยฯ
แต่ก็ยังไม่ทันกับสายขุดโซเชียล ที่งัด ดิจิทัล ฟุตพริ้นท์ ภาพข่าวเก่า ที่ “นายกฯหนู” ยืนยิ้มแฉ่งคู่กับ “เสี่ยโอ๋” ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม สมัยนั้น โชว์ความสำเร็จงานประมูลก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ในยุค “รัฐบาลลุงตู่ 2” อันเป็นที่มาของโครงการคุณภาพต่ำ
มาตรฐานแบบ “ไทยแลนด์ โอนลี่ – วัวหายล้อมคอก” ต้องหาคนรับผิดชอบมาสังเวยกระแส สกัดความขุ่นเคืองในอารมณ์ของสังคมไทย
ขู่ยิกๆ จะเลิกสัญญาที่เหลือของบริษัทฉาว
ล่าสุดยังเกิดเหตุถนนยุบตัว ที่ถนนพระราม 2 ที่กำลังก่อสร้าง ทำรถยนต์ที่กำลังวิ่งมาปักหัวทิ่มลงไป ยิ่งตอกย้ำคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนคนไทย ที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินลงไปทุกวัน
ซึ่ง “นายกฯหนู” ก็รีบเคลียร์ว่า ไม่ใช่เรื่องโครงสร้าง มาตรฐานการก่อสร้าง แต่เป็นท่อน้ำใต้ดินแตก เลยเกิดการยุบตัว
ท่านผู้นำต้องรีบปัดให้พ้นตัว เพราะช่วงนี้เข้าสู่โค้งท้ายๆ ของศึกเลือกตั้งใหญ่ นอกจากจะต้องเร่งปั่นแต้มแล้ว ที่สำคัญคือต้องพยายามรักษาไม่ให้แต้มหล่นหายไปกับ “ความสะเพร่าของผู้รับเหมา”
ทั้งเกมบนดิน ใต้ดิน ล่อกันเละ โดยเฉพาะกับความขยันเป็นพิเศษ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เล่นแมวจับหนู ไล่ล่าตระครุบตัวเอาเฉพาะบรรดาผู้สมัครค่ายส้ม มีเอี่ยวเว็บพนัน และขบวนการฟอกเงินยาเสพติด 2 เคสซ้อนๆ และยังปล่อยข่าว จะมีตามมาอีกนับสิบ
แน่นอนว่า ค่ายส้ม คงปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ในเมื่อยกระดับตัวเองไว้สูง มาตรฐานก็ต้องสูงตามด้วย โดยเฉพาะกับกระบวนการคัดสรรคนเข้าร่วมอุดมการณ์ ที่ยังมีจุดอ่อน ระบบกลั่นกรองมีปัญหา
แต่อีกมุมมอง แก๊งเทา พวกนี้ ก็จ้องจะหาหนทางเข้าสู่อำนาจการเมือง ฟอกตัว-ฟอกเงิน และทีมผู้บริหารพรรคส้ม ก็แสดงออกถึงไม่ดื้อด้าน ปกป้องพวกพ้อง เหมือนกับอีกหลายพรรคการเมือง รีบจัดการโละพวกกะมอมกะแมมทันที
แต่ที่น่าสงสัยคือ ทำไมถึงล่อแต่ฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามกับผู้กุมอำนาจรัฐในเวลานี้ เพราะจากรายงาน บัญชีดำซีไอเอ แก๊งพวกนี้ฝังตัวอยู่ในแทบจะทุกกลุ่ม-ทุกพรรค อยู่ที่จะมากจะน้อย
ดังนั้นคงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า มีนัยการเมืองแฝงอยู่
มัวเหลิงลมกับการใช้อำนาจ ระวังกระแสจะตีกลับ โดยเฉพาะหลายวิกฤติที่ผ่านมา ไม่ว่าจะน้ำท่วมใหญ่ทั่วประเทศ สงครามไทย-เขมร หรือจะเป็นความสะเพร่าในมาตรฐานการก่อสร้าง โครงการระดับเมกะโปรเจกต์
ล้วนแต่บ่งชี้ “ผู้นำที่ไร้ภาวะผู้นำ”
ส่วนที่จะโชว์ความกล้าตัดสินใจ บอกเลิกสัญญากับอิตาเลียนไทย
ก็ยังไม่รู้ว่าประเทศไทย คนไทย ต้องร่วมเสียค่าโง่ ไปกับฝ่ายบริหารรัฐบาลชุดนี้ด้วยหรือไม่
เวรกรรมเป็นของคนไทย ที่แท้ทรู..


