รับน้องโหดๆ รัฐบาลน้ำเงิน/2

ฤทธิ์พายุทะเลทราย สมรภูมิเดือดตะวันออกกลาง ที่พัดโหมกระหน่ำชาวโลก ยังไม่แน่ชัดจะยืดเยื้อไปอีกนานแค่ไหน

แต่ที่แน่ๆ ลูกรับน้องดอกนี้ ทำเอา “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล แอนด์เดอะแก๊งเซราะกราว แทบเอาขาล่างขึ้นมาก่ายหน้าผากกันเลยทีเดียว

เพราะมันเป็นปัจจัยนอกเหนือการควบคุมของ อำนาจรัฐไทย

จากที่เคยฝัน..ฝัน..หวาน กับการเบิ้ลเถลิงอำนาจรอบสอง วันนี้ต้องพากันหูตาตื่น ระดมทุกองคาพยพในขั้วอำนาจ แก้ปัญหาเฉพาะหน้ากับ ราคาน้ำมันที่พุ่งทะลุฟ้าแน่ๆ

ยังไม่มีใครประเมินได้ว่า กองทัพเปอร์เซียในตำนาน อิหร่าน จะเอาคืนหนักกว่านี้หรือไม่ แต่ตอนนี้ ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดสนิท แม้ Here Trump ผู้นำชนชาวมะกัน จะประกาศพร้อมใช้เรือพิฆาตให้ความคุ้มครอง แต่ถามว่า เรือชาติไหนจะกล้าเสี่ยง ลงไปจมอยู่ก้นทะเล

ทั้งโดรนพิฆาต จรวดนำวิถี หรือขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิค แม้จะไม่มีตา แต่ความแม่นเหมือนจับวาง

ยิ่งสถานการณ์ยืดเยื้อ ทุกประเทศทั่วโลกยิ่งเจ็บหนัก แล้วประเทศที่ต้องนำเข้าน้ำมันอย่างประเทศไทย จะยืนระยะได้แค่ไหน กับปริมาณน้ำมันสำรอง 60 วัน แม้จะเร่งหาจากแหล่งอื่นนอกเหนือจากตะวันออกกลาง

ที่สำคัญคือ กระทรวงพาณิชย์ ของคุณเจ๊ศุภจี สุธรรมพันธ์ุ จะสามารถตรึงราคาสินค้า ไม่ให้ อีแร้งพ่อค้าหน้าเลือด ฉวยโอกาสกักตุนขึ้นราคาสินค้าได้มากน้อยแค่ไหน

ส่วนที่ขำไม่ออกคือ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ที่นั่งหัวโต๊ะประชุมศูนย์ประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง รัฐบาลอาจพิจารณาระงับการส่งออกน้ำมันส่วนเกินทางเรือ ผ่านเรือปิโตรเลียม (Floating Storage) ที่ไม่มีสัญญาล่วงหน้า หากนำน้ำมันส่วนนี้มากักเก็บไว้ใช้ในประเทศ ก็ต้องไปหาเอาแท็งก์ที่ไหนมากักเก็บน้ำมันส่วนเกินนี้ กระทรวงพลังงานต้องไปหารือกับผู้ประกอบการบริษัทน้ำมัน ว่ามีแท็งก์เก็บเพิ่มได้เท่าไร ถ้าปริมาณน้ำมันล้นจะช่วยกันเก็บได้หรือไม่

แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นอีแร้ง “พ่อค้าน้ำมัน” จ้องจะงาบผลประโยชน์ก้อนนี้

พอๆกับ แก๊งพ่อค้าอำนาจ ที่เก้าอี้รัฐมนตรีทุกตัว ล้วนมีมูลค่า

เริ่มนับหนึ่งกับ “รัฐบาลอนุทิน 2” เมื่อ กกต.ประกาศรับรอง สส.บัญชีรายชื่อ 100 คน พร้อมรับรองสส.เขต อีก 3 คน ทำให้ ณ วันนี้ กกต.รับรองสส.ไปแล้ว 499 คน เหลือเพียง ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ว่าที่สส.สุพรรณบุรี เขต 1 จากพรรคภูมิใจไทยคนเดียว ที่ยังค้างท่ออยู่

แต่ไม่มีปัญหาถือว่าประกาศรับรองเกิน 95% สามารถเปิดประชุมสภา เพื่อเลือกประธานสภา มาดำเนินการเลือกนายกรัฐมนตรีต่อไป

วันนี้การจัดสรรโควตารัฐมนตรีน่าจะเสร็จไปกว่า 90% แล้ว เพียงแต่เมื่อยังไม่ปิดจ๊อบ ก็ยังมีการปล่อยข่าวเขย่ากันอยู่ และเริ่มมีแรงกระเพื่อมภายในพรรคภูมิใจไทย เมื่อ 2 ก๊วนอำนาจหลักในพรรคอย่าง “ก๊วนบ้านใหญ่” กว่า 20 ตระกูล ที่ไหลมารวมในค่ายน้ำเงิน

กับ “ก๊วนลูกเทพ” กลุ่มทายาทการเมืองบ้านใหญ่่ ภายใต้การนำของ ไชยชนก ชิดชอบ ทายาทสายตรง “ครูใหญ่สีน้ำเงิน” ที่จ้องงัดข้อต่างก็จะล่อเค้กก้อนใหญ่

ทุกอย่างอยู่ที่ “ครูใหญ่” จะทุบโต๊ะ

สิ่งที่น่าห่วงคือ 5 ที่นั่งคนนอก ที่กันเอาไว้ และเป็นจุดขายหนึ่งที่ดึงโหวตเตอร์ให้สีน้ำเงินได้

สถานการณ์วิกฤติซ้อนโคตรวิกฤติ ณ วันนี้ เป็นตัววัดฝีมือว่าจะเป็น “ของแท้” แค่ไหน โดยเฉพาะจะสามารถแบก “แก๊งบ้านใหญ่-ก๊วนลูกเทพ” ได้เหมือนช่วงเป็นรัฐบาลทดลองงานนี้หรือเปล่า

ให้จับตาเวทีสัมมนาพรรคภูมิใจไทย วันที่ 8-9 มี.ค. ที่สนามช้างเซอร์กิต จากเวทีละลายพฤติกรรม อาจติดพันไปเป็นวง “ถก-เถียง” เรื่องโควตารัฐมนตรี

ยามรัก..น้ำต้มผักมันก็หวาน แต่ถ้าไม่สามารถเฉลี่ยความสุขให้กลุ่มก๊วนได้ลงตัว อาจเป็นรอยร้าวสะสมความไม่พอใจ ไปจนถึงวันที่น้ำตาลก็ยังขมได้

ตัวอย่างก็มีให้เห็น พรรคการเมือง ที่ระดมนักการเมืองร้อยพ่อพันแม่มาไว้รวมกัน ถึงแม้จะมี พลังลึกลับ คอยอุ้มชู

ตอน Honeymoon Period อะไรก็หวานชื่นไปหมด

ถ้าถึงคราวเสื่อมอำนาจ เคยทำอะไรกับใครเอาไว้ ย่อมได้สิ่งนั้น

กงกรรม..กงเกวียน คือสัจจธรรมที่จริงแท้

ผู้เสียหายร้องเอาผิดสามีนางเอกดัง หลอกลงทุนคริปโต 1.3 พันล้าน

ภูมิใจไทยวางแผนรวม “ท่องเที่ยว–วัฒนธรรม” เดินหน้าโรดแมปรัฐบาลอนุทิน 2