ภูมิใจไทยวางแผนรวม “ท่องเที่ยว–วัฒนธรรม” เดินหน้าโรดแมปรัฐบาลอนุทิน 2

พรรคภูมิใจไทยเปิดเผยไทม์ไลน์การทำงานของรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โดยมุ่งให้ฝ่ายนิติบัญญัติทำงานเชิงรุกเพื่อผลักดันกฎหมายสำคัญตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของรัฐบาล หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการปรับโครงสร้างกระทรวง โดยเสนอให้แยก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ออกเป็นสองส่วน พร้อมนำภารกิจด้านการท่องเที่ยวไปรวมกับ กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ คาดว่ากระบวนการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องจะสามารถผลักดันผ่านรัฐสภาได้ภายในระยะเวลา 6 เดือน

แผนปรับโครงสร้างกระทรวง แยกกีฬา-รวมท่องเที่ยวกับวัฒนธรรม

รายงานเมื่อวันที่ 9 มีนาคม ระบุว่า อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้วางไทม์ไลน์การทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติในรัฐบาลที่กำลังจะจัดตั้ง โดยเน้นแนวคิด “นิติบัญญัตินำบริหาร” เพื่อเร่งผลักดันกฎหมายสำคัญให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและตอบโจทย์ปัญหาของประชาชน

หนึ่งในกฎหมายที่เตรียมเสนอแก้ไขในช่วงแรกคือกฎหมายเกี่ยวกับ การโอนสังกัดหน่วยงานราชการ ซึ่งจะเปิดทางให้มีการปรับโครงสร้างกระทรวง โดยเฉพาะการแยกภารกิจของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาออกจากกัน

แนวคิดดังกล่าวคือการนำภารกิจด้านการท่องเที่ยวไปผนวกกับกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมโยงด้านนโยบายระหว่างการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ขณะที่ภารกิจด้านกีฬาจะถูกจัดตั้งเป็นหน่วยงานที่มุ่งพัฒนาศักยภาพนักกีฬาและระบบกีฬาอาชีพโดยเฉพาะ

ดันกฎหมาย Super License ลดขั้นตอนอนุญาตธุรกิจ

นอกจากการปรับโครงสร้างกระทรวงแล้ว พรรคภูมิใจไทยยังเตรียมผลักดันร่าง พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน หรือที่เรียกว่า “กฎหมาย Super License”

กฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายสำคัญในการลดขั้นตอนการขออนุญาตประกอบธุรกิจ โดยใช้แนวคิด One Stop Service หรือการยื่นคำขอผ่านหน่วยงานเดียว แทนการต้องติดต่อหลายหน่วยงานเหมือนในปัจจุบัน

ตัวอย่างเช่น การขออนุญาตก่อสร้างโรงงาน โรงแรม หรือสถานประกอบการด้านบริการอย่างสปา ซึ่งปัจจุบันต้องยื่นเรื่องต่อหลายหน่วยงาน หากกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ กระบวนการอนุญาตจะถูกรวมศูนย์เพื่อเพิ่มความสะดวกและลดภาระด้านเอกสารของผู้ประกอบการ

ข้อเสนอดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน และดึงดูดนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย

ผลักดันกฎหมาย “บ้านเกิดเมืองนอน” กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

อีกหนึ่งนโยบายสำคัญของพรรคภูมิใจไทยคือการผลักดันร่าง พ.ร.บ.บ้านเกิดเมืองนอน ซึ่งตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1 ปี

สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้คือการเพิ่มบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการหารายได้เพื่อพัฒนาพื้นที่ของตนเอง โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถกำหนดทิศทางการใช้ภาษีได้มากขึ้น

แนวคิดที่นำเสนอคือการเปิดช่องให้ประชาชนสามารถเลือกสนับสนุนภาษีให้กับบ้านเกิดหรือท้องถิ่นที่ตนอาศัยอยู่ได้ รวมถึงการเปิดโอกาสให้บริจาคภาษีในสัดส่วนสูงสุดประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาท้องถิ่นตามความสมัครใจ

นโยบายไฟฟ้า 200 ยูนิตแรก จ่ายหน่วยละ 3 บาท

ในส่วนของนโยบายเร่งด่วนของฝ่ายบริหาร รัฐบาลที่นำโดยพรรคภูมิใจไทยเตรียมผลักดันมาตรการลดภาระค่าไฟฟ้าครัวเรือน โดยกำหนดให้การใช้ไฟฟ้าในปริมาณไม่เกิน 200 ยูนิตแรก จ่ายในอัตราหน่วยละ 3 บาท

สำหรับการใช้ไฟฟ้าที่เกิน 200 ยูนิต จะใช้ระบบอัตราขั้นบันไดตามระดับการใช้พลังงาน ซึ่งสามารถดำเนินการได้ผ่านประกาศของกระทรวงพลังงานโดยไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายใหม่

ระยะยาว พรรคภูมิใจไทยยังมีแนวคิดผลักดันการแข่งขันเสรีในตลาดไฟฟ้า เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเลือกใช้บริการจากผู้ผลิตไฟฟ้าหลากหลายราย คล้ายกับระบบการแข่งขันในภาคธุรกิจพลังงานของหลายประเทศ

รับน้องโหดๆ รัฐบาลน้ำเงิน/2