Smiling woman in a white shirt holding a white beaded garland with a gold ornate mural behind her.

มัลลิกาบวงสรวงศาลหลักเมือง ขอคะแนนเสียงชิงผู้ว่าฯ กทม. ชูนโยบายธรรมาภิบาล

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข หรือ “ดร.ติ่ง มัลลิกา” ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 14 เดินทางเข้าสักการะศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนลงพื้นที่หาเสียง พร้อมประกาศเดินหน้าผลักดันนโยบาย 14 ด้าน โดยเฉพาะแนวคิดฟื้นบทบาท “ส.ข.” ให้กลับมาเป็นตัวแทนสะท้อนเสียงประชาชนในระดับชุมชน ควบคู่กับการยกระดับบริการสาธารณสุขและส่งเสริมเศรษฐกิจค้าขายในกรุงเทพฯ ตลอด 24 ชั่วโมง

สักการะศาลหลักเมือง เสริมสิริมงคลก่อนลุยหาเสียง

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข เดินทางมายังศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร พร้อมนำเครื่องสักการะ ได้แก่ พวงมาลัยดอกดาวเรืองและผ้าสามสี มาถวายบูชาที่ศาลหลักเมืองจำลอง ก่อนเข้าสักการะภายในองค์ศาลหลักเมืองและศาลเทวดาประจำศาล รวมถึงเติมน้ำมันตะเกียงที่พระพุทธรูปประจำวันเกิดตามความเชื่อส่วนบุคคล

ระหว่างการลงพื้นที่ มีประชาชนและผู้สนับสนุนเข้ามาทักทาย ให้กำลังใจ และร่วมถ่ายภาพ โดยหลายคนแสดงความหวังให้เธอประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครั้งนี้

นางมัลลิกากล่าวว่า ศาลหลักเมืองถือเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นสัญลักษณ์สำคัญของกรุงเทพมหานคร จึงตั้งใจเดินทางมาขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมขอให้ประชาชนได้รับรู้แนวทางและนโยบายที่ต้องการผลักดัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและพัฒนาเมืองหลวงให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น

ชูนโยบายธรรมาภิบาล-ต่อต้านคอร์รัปชัน สร้างกรุงเทพฯ ที่โปร่งใส

ผู้สมัครหมายเลข 14 ระบุว่า หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน จะนำประสบการณ์ทางการเมืองมาบริหารงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล เน้นการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน และยกระดับความโปร่งใสในการดำเนินงานของกรุงเทพมหานคร

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับนโยบายด้านความมั่นคงของเมือง การรักษาอัตลักษณ์ความเป็นไทย และการพัฒนาเมืองให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมยุคใหม่ โดยคำนึงถึงความหลากหลายและความเท่าเทียมของประชาชนทุกกลุ่ม

นางมัลลิกาเปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ทยอยนำเสนอนโยบายสำคัญไปแล้วหลายด้านจากทั้งหมด 14 นโยบาย และได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะประเด็นความเสมอภาคทางสังคมและการพัฒนาเมืองที่ครอบคลุมทุกช่วงวัย

ดันฟื้น “ส.ข.” กลับมาเป็นกระบอกเสียงประชาชน

หนึ่งในนโยบายที่ได้รับความสนใจคือแนวคิดฟื้นบทบาท “สมาชิกสภาเขต” หรือ ส.ข. ซึ่งถูกยกเลิกไปเมื่อกว่า 13 ปีก่อน โดยนางมัลลิกามองว่า กลไกดังกล่าวสามารถทำหน้าที่เป็นตัวแทนเชื่อมโยงปัญหาและความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่เข้าสู่กระบวนการบริหารงานของกรุงเทพมหานครได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เธอระบุว่า การปรับปรุงกฎระเบียบที่ล้าสมัยและการสร้างช่องทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น จะช่วยให้การบริหารเมืองตอบโจทย์ความต้องการของคนกรุงเทพฯ ได้ตรงจุดมากกว่าเดิม พร้อมเปิดพื้นที่ให้ชุมชนมีบทบาทในการกำหนดทิศทางการพัฒนาเมือง

ยกระดับอนามัยชุมชน 50 เขต เพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการสุขภาพ

อีกหนึ่งนโยบายสำคัญคือการยกระดับศูนย์อนามัยและหน่วยบริการสาธารณสุขในทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร ให้มีมาตรฐานใกล้เคียงโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐานได้สะดวกยิ่งขึ้น

นโยบายดังกล่าวมุ่งตอบโจทย์กลุ่มผู้สูงอายุและประชาชนที่ไม่สะดวกเดินทางไกล โดยตั้งเป้าลดภาระค่าใช้จ่ายและระยะเวลาการเข้ารับบริการ ขณะที่คุณภาพการรักษายังคงอยู่ในระดับมาตรฐานที่เหมาะสม

หนุนค้าขาย 7 วันเต็ม ดันกรุงเทพฯ สู่เมืองสตรีทฟู้ด 24 ชั่วโมง

สำหรับประเด็นเศรษฐกิจฐานราก นางมัลลิกาเปิดเผยว่า จากการรับฟังเสียงสะท้อนของผู้ประกอบการรายย่อยและพ่อค้าแม่ค้าในตลาดต่าง ๆ พบว่าหลายฝ่ายต้องการให้มีการผ่อนคลายข้อจำกัดด้านวันและเวลาการค้าขาย เพื่อกระตุ้นรายได้และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ

เธอจึงเสนอแนวคิดเปิดพื้นที่ค้าขายได้ครบ 7 วันต่อสัปดาห์ พร้อมผลักดันนโยบาย “ค้าขาย 24 ชั่วโมง” ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในแต่ละพื้นที่ โดยมุ่งยกระดับกรุงเทพมหานครให้เป็นศูนย์กลางสตรีทฟู้ดระดับโลกและเมืองแห่งการท่องเที่ยวตลอดทั้งวัน

นอกจากนี้ ยังเตรียมประสานความร่วมมือกับภาคเอกชน สภาหอการค้า และสภาอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการทุกระดับ

Man in a dark suit with an ID badge sits at a conference table, speaking into a slim microphone in a formal meeting room.

สภามติ 308 เสียง ไม่ส่งตัว “ชนนพัฒฐ์” ให้ดีเอสไอ

Two men pose for a photo at a campaign event with an orange poster and Thai text in the background behind them, suggesting a political event or interview.

เท้งลุยสายไหม ชี้คนกรุงเทพฯ ไม่เอาระบอบน้ำเงิน ย้ำ ปชน.ไร้ไอโอ