นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และ หัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตสายไหม เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 โดยเรียกร้องให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง พร้อมแสดงความเห็นว่าคนกรุงเทพมหานครต้องการการบริหารเมืองที่โปร่งใสและเป็นอิสระจากการครอบงำทางการเมือง ขณะเดียวกันยังตอบโต้ข้อกล่าวหาเรื่องปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารหรือไอโอ โดยยืนยันว่าพรรคประชาชนไม่เคยมีระบบดังกล่าว พร้อมระบุไม่กังวลต่อกรณีสมาชิกพรรคลาออกไปร่วมงานกับฝ่ายรัฐบาล
ปลุกคนกรุงใช้สิทธิเลือกตั้ง ชี้ต้องการ กทม. โปร่งใสและตรวจสอบได้
ระหว่างลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดวงศกร เขตสายไหม ร่วมกับ นายภมร พลจันทร์ ผู้สมัคร สก. พรรคประชาชน นายณัฐพงษ์กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งคือการกระตุ้นให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างเต็มที่ เพราะการมีส่วนร่วมของประชาชนจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางการบริหารกรุงเทพมหานครในอนาคต
สำหรับผลสำรวจความคิดเห็นหรือโพลที่เผยแพร่ออกมาในช่วงที่ผ่านมา นายณัฐพงษ์ระบุว่า พรรคติดตามข้อมูลดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง แต่เชื่อว่าประเด็นที่ประชาชนให้ความสำคัญมากกว่าคือต้องการเห็นกรุงเทพมหานครที่มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และไม่ตกอยู่ภายใต้การครอบงำของกลุ่มอำนาจทางการเมืองใดกลุ่มหนึ่ง
เขามองว่าประชาชนจำนวนไม่น้อยมีความรู้สึกเบื่อหน่ายต่อรูปแบบการเมืองที่อำนาจถูกรวมศูนย์อยู่กับบางกลุ่ม จนส่งผลให้กลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นประเด็นที่พรรคประชาชนพยายามนำเสนอทางเลือกใหม่ให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร
โต้ข้อกล่าวหาไอโอ ยืนยันพรรคประชาชนไม่เคยใช้ปฏิบัติการข่าวสาร
นายณัฐพงษ์ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณี น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้บัญชีโซเชียลมีเดียลับหรือไอโอของพรรค โดยระบุว่าเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของอดีตสมาชิกพรรค และไม่สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานของพรรคประชาชน
หัวหน้าพรรคประชาชนยืนยันว่า พรรคไม่เคยมีระบบปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ Information Operation (IO) ในลักษณะที่ถูกกล่าวหา พร้อมอธิบายว่าปฏิบัติการไอโอโดยทั่วไปมักเกี่ยวข้องกับการว่าจ้างบุคคลหรือเครือข่ายเพื่อสร้างข้อมูลเท็จ บิดเบือนข้อเท็จจริง หรือโจมตีฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคประชาชนไม่เคยดำเนินการ
นายณัฐพงษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่พรรคการเมืองมีผู้สนับสนุนหรือกลุ่มแฟนคลับบนโลกออนไลน์ถือเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย โดยพรรคไม่ได้เข้าไปควบคุมหรือกำกับความคิดเห็นของผู้สนับสนุนแต่ละคน และเปิดกว้างต่อการแสดงออกทางความคิดของประชาชน
ไม่หวั่นสมาชิกลาออก ย้ำเป็นธรรมชาติของพรรคมวลชน
นอกจากประเด็นการเลือกตั้งและข้อกล่าวหาเรื่องไอโอแล้ว นายณัฐพงษ์ยังตอบคำถามเกี่ยวกับกรณีสมาชิกพรรคบางส่วนลาออกเพื่อไปร่วมทำงานกับฝ่ายรัฐบาล ซึ่งถูกมองว่าอาจสะท้อนถึงเสถียรภาพภายในพรรค
เขาระบุว่า พรรคประชาชนไม่มีแนวคิดที่จะจำกัดเสรีภาพหรือปิดกั้นการตัดสินใจทางการเมืองของสมาชิก เพราะแต่ละคนมีสิทธิเลือกเส้นทางการทำงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายและอุดมการณ์ของตนเอง พรรคจึงเคารพการตัดสินใจของทุกคนที่เคยร่วมงานกันมา
นายณัฐพงษ์ยังกล่าวว่า พรรคไม่ได้มีทั้งอำนาจรัฐหรือทรัพยากรทางการเงินที่จะใช้ควบคุมสมาชิกให้อยู่กับพรรค ดังนั้นการย้ายพรรคหรือเปลี่ยนบทบาททางการเมืองจึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตามปกติในระบบประชาธิปไตย
มั่นใจพรรคยังแข็งแรง เดินหน้าสร้างคนรุ่นใหม่ทางการเมือง
เมื่อถูกถามถึงความกังวลต่อกระแสสมาชิกไหลออกจากพรรคในอนาคต นายณัฐพงษ์ยืนยันว่าไม่ได้รู้สึกกังวล เพราะพรรคประชาชนเป็นพรรคมวลชนที่เน้นการพัฒนาบุคลากรทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง
เขาอธิบายว่า แนวทางสำคัญของพรรคคือการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่และสมาชิกจากระดับฐานรากได้เติบโตขึ้นมามีบทบาทมากขึ้น เปรียบเสมือนการผลักดันคนที่เคยอยู่เบื้องหลังให้ก้าวขึ้นมาทำงานในตำแหน่งสำคัญทางการเมือง
ด้วยเหตุนี้ แม้จะมีบุคลากรบางส่วนตัดสินใจออกจากพรรค แต่พรรคยังคงเดินหน้าสร้างผู้นำรุ่นใหม่และขยายฐานสมาชิกอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันทางการเมืองในอนาคต

