Man in a black suit and glasses sits at a desk with a microphone in front, posing for a formal meeting.

กกต.นัดถกลับปมประเมิน “แสวง” ไม่ผ่านเกณฑ์ ส่อพ้นเก้าอี้เลขาฯ

ความเคลื่อนไหวภายในสำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังมีรายงานว่าที่ประชุม กกต. ได้หารือเป็นการภายในเกี่ยวกับผลประเมินการปฏิบัติงานของ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ประจำปี 2568 ซึ่งถูกประเมินไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ขณะที่ยังมีข้อถกเถียงทางกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจของอดีต กกต. ในการร่วมประเมินผล ซึ่งอาจส่งผลต่อความชอบด้วยระเบียบและกระบวนการพิจารณาสถานะของเลขาธิการ กกต. ในระยะต่อไป

จับตาประชุมลับ กกต. หลังผลประเมินเลขาฯ ส่อไม่ผ่านเกณฑ์

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ภายหลังการประชุม กกต. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรรมการการเลือกตั้งทั้ง 7 คนได้มีการหารือเป็นการภายในเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นการบริหารงานของสำนักงาน กกต. ซึ่งหนึ่งในหัวข้อสำคัญที่ถูกจับตามองคือผลการประเมินการปฏิบัติงานของนายแสวง

กระแสข่าวที่เกิดขึ้นระบุว่า การประเมินผลการทำงานประจำปี 2568 ภายใต้ กกต. ชุดก่อน ซึ่งมี นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เป็นประธาน ได้ให้คะแนนผลการปฏิบัติงานต่ำกว่าเกณฑ์ร้อยละ 60 ซึ่งอาจเข้าข่ายเงื่อนไขตามระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กกต.

แหล่งข่าวระบุว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอความเห็นจาก นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฎ กรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญในการสรุปผลประเมิน ก่อนรวบรวมข้อมูลเสนอเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม กกต. ในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้

ปมกฎหมายร้อน อดีต กกต. มีอำนาจร่วมประเมินหรือไม่

อีกประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาคือข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจของอดีต กกต. ที่พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว ว่าสามารถเข้าร่วมกระบวนการประเมินผลการปฏิบัติงานของเลขาธิการ กกต. ได้หรือไม่

ข้อโต้แย้งดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมีรายงานว่า การประเมินผลบางส่วนดำเนินการในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังจากกรรมการบางรายพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการดังกล่าวอาจขัดต่อเงื่อนไขในสัญญาจ้างและแนวปฏิบัติที่ผ่านมา ที่กำหนดให้ผู้มีอำนาจประเมินต้องเป็นกรรมการการเลือกตั้งที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะนั้น

นอกจากนี้ ยังมีการสอบถามข้อกฎหมายอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับฐานอำนาจที่รองรับการประเมินโดยอดีต กกต. รวมถึงแนวทางปฏิบัติในอดีตว่ามีกรณีลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นมาก่อนหรือไม่ ซึ่งประเด็นดังกล่าวจะต้องได้รับการวินิจฉัยอย่างชัดเจนก่อนที่ กกต. จะมีมติในเรื่องนี้

ย้อนเทียบการประเมินปี 2566 ชี้แนวปฏิบัติแตกต่างจากปัจจุบัน

แหล่งข่าวจากสำนักงาน กกต. เปิดเผยว่า ในการประเมินผลก่อนหน้านี้ กรณีที่กรรมการบางรายพ้นจากตำแหน่ง จะไม่มีการเข้าร่วมประเมินผล โดยผู้ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งแทนจะเป็นผู้รับหน้าที่ประเมิน แม้จะเข้ามาหลังช่วงเวลาที่ถูกประเมินก็ตาม

ตัวอย่างที่ถูกยกขึ้นมาเปรียบเทียบคือกรณีของอดีต กกต. บางรายที่ไม่ได้เข้าร่วมการประเมินหลังพ้นตำแหน่ง ขณะที่กรรมการชุดใหม่เป็นผู้ดำเนินการแทน ซึ่งแตกต่างจากแนวทางที่กำลังเกิดข้อถกเถียงในปัจจุบัน

ความแตกต่างดังกล่าวทำให้เกิดคำถามถึงมาตรฐานและความสอดคล้องของกระบวนการประเมิน เนื่องจากยังใช้สัญญาและหลักเกณฑ์ฉบับเดียวกัน จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ กกต. ต้องพิจารณาประเด็นนี้อย่างรอบคอบก่อนมีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ

หากพ้นตำแหน่ง ต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของ กกต. ทั้งคณะ

ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งเลขาธิการ กกต. พ.ศ. 2560 ข้อ 14 (5) กำหนดว่า หาก กกต. จะมีมติให้เลขาธิการ กกต. พ้นจากตำแหน่ง จะต้องได้รับความเห็นชอบจากกรรมการมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่

ด้วยเหตุนี้ แม้ผลการประเมินจะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่กระบวนการตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับมติของที่ประชุม กกต. ว่าจะรับรองผลการประเมินดังกล่าวหรือไม่ รวมถึงจะตีความประเด็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจของอดีต กกต. ในทิศทางใด

Close-up of a man with light blond hair in a dark suit and red tie, mouth slightly open as if speaking.

ทรัมป์เดือด! โจมตีสภาคองเกรสหลังโหวตจำกัดอำนาจทำสงครามอิหร่าน

Portrait of an older man in a dark suit and striped tie, seated indoors with gold-trimmed decor, wearing two lapel pins.

รัฐบาลส่ง “สีหศักดิ์” นำทีมเจรจากัมพูชา ย้ำใช้ UNCLOS ไม่เปิดด่าน