นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 ออกมาชี้แจงกรณี นายคริส โปตระนันทน์ ประธานพรรคเศรษฐกิจ และ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต สส.กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เข้ายื่นพยานหลักฐานต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของกรุงเทพมหานครจำนวน 17 ราย โดยยืนยันว่ากระบวนการทั้งหมดดำเนินการตามระเบียบและกฎหมาย พร้อมแสดงความมั่นใจว่าสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน และพร้อมเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของ ป.ป.ช. ตามกฎหมาย
ชัชชาติยืนยันพร้อมตรวจสอบ หลังถูกร้องปมโยกย้ายข้าราชการ กทม.
กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากผู้ร้องยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 โดยระบุว่าการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของกรุงเทพมหานคร 17 ราย อาจเข้าข่ายการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและมีลักษณะส่อไปในทางทุจริต
ด้านนายชัชชาติกล่าวว่า การยื่นเรื่องร้องเรียนถือเป็นสิทธิของประชาชนทุกคนที่สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย และเป็นกลไกหนึ่งของการตรวจสอบภาครัฐในระบอบประชาธิปไตย พร้อมย้ำว่าตลอดระยะเวลาการบริหารงานที่ผ่านมา การแต่งตั้งและโยกย้ายบุคลากรของ กทม. ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้อย่างครบถ้วน
นายชัชชาติระบุเพิ่มเติมว่า ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตนเคยถูกยื่นเรื่องร้องเรียนในประเด็นต่าง ๆ มาแล้วหลายครั้ง และทุกกรณีล้วนเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามปกติ จึงไม่มีความกังวลต่อการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
มั่นใจหลักฐานข้อเท็จจริง พร้อมพิสูจน์ความสุจริตตลอด 4 ปี
ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 9 กล่าวว่า พร้อมให้ ป.ป.ช. พิจารณาว่าจะรับเรื่องดังกล่าวไว้ดำเนินการหรือไม่ โดยยกตัวอย่างกรณีในอดีตที่มีการร้องเรียนผ่านหน่วยงานตรวจสอบ ซึ่ง ป.ป.ช. ได้ดำเนินการเรียกข้อมูลและพยานหลักฐานเพิ่มเติมจากผู้ร้องตามขั้นตอนมาตรฐาน
เขาย้ำว่า การทำงานตลอดกว่า 4 ปีที่ผ่านมาเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาและตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน จึงพร้อมให้ข้อเท็จจริงเป็นตัวพิสูจน์ พร้อมรอให้กระบวนการตรวจสอบดำเนินไปตามกรอบกฎหมายโดยไม่กังวลต่อข้อกล่าวหา
นายชัชชาติยังฝากถึงผู้ที่ใช้สิทธิร้องเรียนว่า ควรยึดหลักฐานและข้อเท็จจริงเป็นสำคัญ เพราะการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพควรมุ่งไปสู่การค้นหาความจริง ไม่ใช่เพียงการสร้างกระแสทางการเมืองหรือความสนใจในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น
ชี้การเร่งรัดคดีเครื่องออกกำลังกายเป็นเรื่องดีต่อสาธารณะ
นอกจากประเด็นการร้องเรียนเรื่องการโยกย้ายข้าราชการแล้ว นายชัชชาติยังกล่าวถึงความคืบหน้าคดีการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายของกรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของ ป.ป.ช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โดยได้กล่าวขอบคุณ นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 9 ที่ติดตามและสอบถามความคืบหน้าของคดีดังกล่าว เนื่องจากมองว่าการเร่งรัดกระบวนการตรวจสอบจะช่วยให้ข้อเท็จจริงปรากฏต่อสาธารณชนได้เร็วขึ้น
นายชัชชาติอธิบายว่า กระบวนการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวยังไม่สิ้นสุด เพราะต้องผ่านหลายขั้นตอนทั้งในส่วนของ ป.ป.ช. และการพิจารณาของคณะกรรมการกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการสั่งให้ทบทวนข้อมูลเพิ่มเติม จึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการรวบรวมข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน
กทม.ย้ำยึดหลักธรรมาภิบาล เปิดรับการตรวจสอบทุกกรณี
ท่ามกลางบรรยากาศการแข่งขันทางการเมืองในกรุงเทพมหานคร ประเด็นการตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องการบริหารบุคลากรและการใช้งบประมาณภาครัฐ
นายชัชชาติยืนยันว่า กรุงเทพมหานครดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อสาธารณะ พร้อมเปิดรับการตรวจสอบจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและรักษามาตรฐานการบริหารราชการที่ดี

