การลงทุนในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยของกลุ่มทุนต่างชาติเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อ เทเลนอร์ กรุ๊ป (Telenor) จากนอร์เวย์ ตัดสินใจถอนการลงทุนโดยลงนามขายหุ้น บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ในสัดส่วนร้อยละ 24.95 ให้กับ บริษัท อไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด (Arise Digital Technology) ซึ่งเป็นบริษัทที่ถือหุ้นโดย ศุภชัย เจียรวนนท์ การทำธุรกรรมดังกล่าวมีการแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 โดยฝ่ายบริหารทรูยืนยันว่า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจและทิศทางของบริษัทในระยะยาว
TRUE แจ้งตลาดหลักทรัพย์ เทเลนอร์ลงนามขายหุ้นผู้ถือหุ้นใหญ่
บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ได้รับหนังสือแจ้งจาก Telenor Thailand Investments Pte. Ltd. ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท เกี่ยวกับการลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นกับ Arise Digital Technology เพื่อจำหน่ายหุ้น TRUE ในสัดส่วนร้อยละ 24.95 ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมด
การแจ้งข้อมูลดังกล่าวลงนามโดย นางสาวยุภา ล็วงศ์เจริญ และ นายนกุล เซห์กัล ในฐานะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน (ร่วม) ของ TRUE โดยระบุว่าการทำรายการเป็นไปตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนตามแบบปฏิบัติทั่วไป และอยู่ภายใต้กฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องของตลาดทุนไทย
Arise ของศุภชัย ก้าวขึ้นผู้ถือหุ้นใหญ่ สะท้อนทิศทางทุนไทย
ผู้ซื้อหุ้น TRUE ในครั้งนี้คือ Arise Digital Technology บริษัทที่ถือหุ้นโดย ศุภชัย เจียรวนนท์ ซึ่งนับเป็นการขยับบทบาทจากการบริหารธุรกิจภายใต้เครือขนาดใหญ่ ไปสู่การลงทุนในนามโครงสร้างทุนใหม่ที่มุ่งเน้นอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยี
การเข้าซื้อหุ้น TRUE มูลค่ากว่าหนึ่งแสนล้านบาท ถูกมองว่าเป็นสัญญาณสำคัญของการเปลี่ยนผ่านอำนาจทุนในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม จากกลุ่มทุนต่างชาติสู่ทุนไทย ขณะเดียวกันยังสะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของตลาดดิจิทัลไทยในระยะยาว ท่ามกลางการแข่งขันด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารที่เข้มข้นขึ้น
เงื่อนไข put/call option หุ้นที่เหลือ 5.35% ในอีก 2 ปี
นอกเหนือจากการขายหุ้นหลัก เทเลนอร์และ Arise ยังได้ตกลงกันในเงื่อนไขสิทธิการซื้อขายหุ้นเพิ่มเติม หรือ put/call option สำหรับหุ้นส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 5.35 ซึ่งเทเลนอร์ยังถืออยู่ โดยสามารถดำเนินการได้ภายหลังครบกำหนดระยะเวลา 2 ปีนับจากวันที่ปิดการขายครั้งแรก
เงื่อนไขดังกล่าวเปิดช่องให้ทั้งสองฝ่ายสามารถบริหารความเสี่ยงและวางแผนเชิงกลยุทธ์ในอนาคต โดยไม่สร้างแรงกระแทกต่อโครงสร้างผู้ถือหุ้นและเสถียรภาพของบริษัทในระยะสั้น ทั้งนี้ การใช้สิทธิจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและแนวปฏิบัติมาตรฐานที่ตกลงร่วมกันไว้
TRUE ย้ำไม่กระทบธุรกิจ แม้โครงสร้างผู้ถือหุ้นเปลี่ยน
ฝ่ายบริหาร TRUE ระบุอย่างชัดเจนว่า บริษัทไม่คาดว่าการขายหุ้นของเทเลนอร์ในครั้งนี้จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินงาน กลยุทธ์ทางธุรกิจ หรือฐานะทางการเงินของบริษัทแต่อย่างใด
TRUE ยังคงเดินหน้าดำเนินธุรกิจภายใต้แผนงานที่วางไว้ ทั้งด้านโครงข่ายโทรคมนาคม ดิจิทัลแพลตฟอร์ม และบริการเทคโนโลยีขั้นสูง โดยการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหญ่ถูกมองว่าเป็นประเด็นด้านโครงสร้างทุน มากกว่าการเปลี่ยนทิศทางเชิงนโยบายขององค์กร


