ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2569 ภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า กระทรวงพาณิชย์ยังไม่มีแผนปรับขึ้นราคาสินค้าในช่วงนี้ พร้อมยืนยันมาตรการตรึงราคาสินค้าจำเป็น โดยเฉพาะกลุ่มปุ๋ยเคมีและสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพของประชาชน ท่ามกลางความผันผวนด้านพลังงาน พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมมาตรการรองรับหากต้นทุนเพิ่มขึ้น
คุมเข้มราคาสินค้าจำเป็น ลดแรงกดดันค่าครองชีพ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ปัจจุบันยังไม่พบปัจจัยที่จำเป็นต้องปรับขึ้นราคาสินค้า เนื่องจากต้นทุนพลังงานยังอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ ส่งผลให้สินค้าควบคุมใน 8 หมวด เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง นมผง และปุ๋ยเคมี ยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด
ผู้ประกอบการที่ต้องการปรับขึ้นราคาสินค้ากลุ่มดังกล่าว จำเป็นต้องยื่นขออนุญาตต่อกรมการค้าภายในก่อน ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายใดยื่นคำขอ ขณะที่สินค้าทั่วไป เช่น ผงซักฟอก แชมพู และน้ำยาล้างจาน แม้ไม่ต้องขออนุญาต แต่ต้องแจ้งล่วงหน้า โดยยังไม่พบการแจ้งปรับราคาเช่นกัน
สินค้ากลุ่มเฝ้าระวัง จ่อหารือเอกชนตรึงราคา
ในส่วนของสินค้ากลุ่มติดตามราคา เช่น ข้าวสารบรรจุถุง ซอสปรุงรส และน้ำปลา กระทรวงพาณิชย์ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมหารือกับภาคเอกชน เพื่อขอความร่วมมือในการตรึงราคา หากพบแนวโน้มการปรับขึ้นในอนาคต
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ยังเปิดช่องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ หากพบการปรับราคาที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งผ่านสายด่วน 1569 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองผู้บริโภค
เร่งมาตรการเชิงรุก-โครงการธงฟ้ากระจายทั่วประเทศ
ด้านมาตรการเชิงรุก กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างทบทวนรายการสินค้าควบคุม โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง
นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับผู้ประกอบการจัดโครงการสินค้าราคาพิเศษ และขยายโครงการธงฟ้าไปยังร้านค้าปลีกและค้าส่งทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่เปราะบาง เพื่อลดภาระค่าครองชีพ ทั้งนี้ การดำเนินโครงการจะพิจารณาเป็นรายพื้นที่ เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อยในท้องถิ่น
ปุ๋ยมีสต๊อกพอถึง ส.ค.-หนุนใช้ปุ๋ยทางเลือก
สำหรับต้นทุนภาคการเกษตร โดยเฉพาะปุ๋ยเคมี กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่ามีสต๊อกเพียงพอถึงเดือนพฤษภาคม 2569 และหากสามารถนำเข้าล็อตใหม่ได้ จะขยายระยะเวลาเพียงพอไปถึงเดือนสิงหาคม 2569
ในระยะยาว กระทรวงฯ มีแผนสนับสนุนการใช้ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพ เพื่อช่วยลดต้นทุนของเกษตรกร พร้อมทั้งเตรียมแผนนำเข้าจากแหล่งผลิตอื่น หากเกิดภาวะขาดแคลน รวมถึงเร่งแก้ไขปัญหาด้านโลจิสติกส์ที่อาจกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน
เม็ดพลาสติกไม่ขาดตลาด ยืนยันมีใช้ต่ออีก 4 เดือน
ประเด็นความกังวลเรื่องเม็ดพลาสติกที่อาจขาดแคลนในช่วงเดือนเมษายน 2569 นั้น กระทรวงพาณิชย์ชี้แจงว่า ได้หารือร่วมกับผู้ประกอบการรายใหญ่แล้ว และได้รับการยืนยันว่าปัจจุบันมีวัตถุดิบเพียงพอสำหรับการผลิตบรรจุภัณฑ์
ล่าสุด ปริมาณเม็ดพลาสติกในระบบเพิ่มขึ้น ทำให้สามารถรองรับการใช้งานได้ต่อเนื่องอีกอย่างน้อย 4 เดือน ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่อภาคอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม กระทรวงฯ ยังเดินหน้าประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อจัดหาแหล่งนำเข้าเพิ่มเติมรองรับความไม่แน่นอนในอนาคต
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ย้ำว่าจะติดตามสถานการณ์ต้นทุน โดยเฉพาะราคาพลังงานอย่างใกล้ชิด หากมีการปรับเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ จะพิจารณามาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมทันที

