นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ว่า กรณีสหรัฐอเมริกาประกาศหยุดยิงกับอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ถือเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าและต้นทุนวัตถุดิบ ขณะเดียวกันได้เร่งหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคอุตสาหกรรม เพื่อรับมือสถานการณ์ “เม็ดพลาสติก” ที่ถูกจัดเป็นสินค้าควบคุม ท่ามกลางความกังวลด้านสต๊อกและราคาที่ปรับสูงขึ้น
หยุดยิงช่วยคลายแรงกดดันการค้า-ต้นทุนสินค้า
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า การหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หากมีความชัดเจนและต่อเนื่อง จะช่วยให้การบริหารจัดการสินค้าต้นทางทำได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคและวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องกับภาคการผลิต
กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านปริมาณสินค้าและต้นทุน เพื่อประเมินผลกระทบต่อราคาภายในประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่ความขัดแย้งก่อนหน้านี้ส่งผลต่อเส้นทางขนส่งและราคาพลังงาน ซึ่งมีผลต่อห่วงโซ่อุปทานโดยตรง
เร่งถกภาคอุตสาหกรรม รับมือวิกฤตเม็ดพลาสติก
ในวันเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ได้จัดประชุมหารือร่วมกับภาคอุตสาหกรรมเกี่ยวกับสถานการณ์ “เม็ดพลาสติก” ซึ่งเพิ่งถูกประกาศเป็นสินค้าควบคุมเมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อประเมินสถานการณ์สต๊อกและสาเหตุของราคาที่ปรับตัวสูงขึ้น
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อธิบายว่า การปรับขึ้นราคามีปัจจัยจากภาวะขาดแคลนวัตถุดิบในตลาดโลก ทำให้ผู้ประกอบการต้องนำเข้าเพิ่ม ส่งผลต่อต้นทุนโดยรวม จึงจำเป็นต้องหารือร่วมกันเพื่อหาแนวทางบริหารจัดการอย่างเหมาะสม
บูรณาการ “พาณิชย์-อุตสาหกรรม” ดูแลทั้งระบบ
การดูแลสถานการณ์เม็ดพลาสติกไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกระทรวงพาณิชย์ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อกำกับดูแลทั้งด้านการผลิต การนำเข้า และการกระจายสินค้าให้เกิดสมดุลในตลาด
การประชุมครั้งนี้มี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และประธานบอร์ด ปตท. และ นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วม เพื่อกำหนดมาตรการเชิงนโยบายร่วมกัน
ดันรีไซเคิลเพิ่ม ลดพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า
อีกประเด็นสำคัญคือการส่งเสริมการรีไซเคิลเม็ดพลาสติกในประเทศ เนื่องจากประเทศไทยมีปริมาณขยะพลาสติกจำนวนมาก แต่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้เพียงประมาณ 20% เท่านั้น
การเพิ่มสัดส่วนการรีไซเคิลจะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบ และลดแรงกดดันด้านต้นทุนในระยะยาว รวมถึงเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่สอดคล้องกับนโยบายสิ่งแวดล้อมของประเทศ


