NEPS ร่วมกับ LONGi (ลอนจี) เปิดตัว 2 นวัตกรรมโซลาร์ใหม่ครั้งแรกในไทย “HI-MO X6 Ultra Black” – “BIPV” ชูจุดเด่นเทคโนโลยี BC ดูดซับแสงได้ดีในพื้นที่แสงน้อย เพิ่มประสิทธิภาพผลิตพลังงาน
วันที่ 16 สิงหาคม 2567 นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นิว เอ็นเนอร์จี พลัส โซลูชั่นส์ จำกัด หรือ NEPS กล่าวว่า NEPS ได้รับความไว้วางใจจาก LONGi (ลอนจี) ซึ่งเป็นผู้นำและครองตำแหน่งผู้ผลิตแผงโซลาร์อันดับ 1 ของโลก ให้นำเข้าและจำหน่ายแผงโซลาร์เซลล์รุ่น “HI-MO X6 Ultra Black” รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ด้วยประสิทธิภาพแผง 23.2% ซึ่งมากกว่าแผงโซลาร์ทั่วไปในตลาด ดีไซน์สีดำเรียบหรู เจาะกลุ่มงานบ้านระดับไฮเอนด์
อีกทั้งงานนี้ยังมีการนำ BIPV หรือแผงโซลาร์แบบผสานวัสดุอาคาร ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ เข้ามาเปิดตัวครั้งแรกในไทย และนับเป็นประเทศที่ 2 ในเอเชียด้านการผลิตและจำหน่ายอีกด้วย”
“ทั้งนี้ธุรกิจโซลาร์ในปัจจุบัน นับว่าเป็นยุคที่มีการแข่งขันสูงมาก แม้ว่าจะมีการตอบรับจากลูกค้าจำนวนมากกว่าในอดีตที่ผ่านมาก็ตาม แต่เรายังคงต้องพัฒนาตัวเองและคัดสรรสินค้าที่มีเทคโนโลยีใหม่ พร้อมด้วยดีไซน์ที่สวยงามเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าเพิ่มมากขึ้น โดยที่ผ่านมาเราเจาะกลุ่มเป้าหมาย โรงงาน โรงเรียน โรงแรม สนามกอล์ฟ โครงการบ้านจัดสรร และกลุ่มลูกค้าบ้านเดี่ยวเป็นหลัก
ซึ่งปัจจุบันเราได้ขยายฐานลูกค้าทั้งกลุ่ม B2B และ B2C ที่มีความต้องการเฉพาะตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากยังมีช่องว่างทางการตลาดสำหรับลูกค้ากลุ่มนี้อยู่มาก การร่วมมือกับ LONGi ในครั้งนี้ จึงนับเป็นโอกาสที่ดีมากของ NEPS”
นายหม่า เหมิง (Ma Meng) ผู้จัดการประจำประเทศไทยและเวียดนาม บริษัท ลอนจี กรีน เอเนอร์จี เทคโนโลยี จำกัด หรือ LONGi กล่าวว่า “LONGi เริ่มเข้ามาทำตลาดโซลาร์ในไทยเมื่อปี 2560 เพราะเห็นถึงแนวโน้มความต้องการด้านโซลาร์ในประเทศไทย ประกอบกับไทยเปิดเสรีในด้านเทคโนโลยี
รวมถึงปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายด้านพลังงานแสงอาทิตย์มากมาย เช่น การรับซื้อไฟฟ้าด้วยมาตรการ Feed-in Tariff (FIT) , การส่งเสริมไฟฟ้าสีเขียวด้วยมาตรการ Utility Green Tariff (UGT) , การส่งเสริมตลาดคาร์บอน และกลไกทางภาษีของ BOI เป็นต้น ปัจจัยเหล่านี้จึงส่งเสริมให้ตลาดโซลาร์ไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ จากข้อมูล BNEF จะเห็นได้ว่าตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน LONGi ยังคงครองตำแหน่งผู้ผลิตแผงโซลาร์อันดับ 1 ของโลก ปัจจัยหลักคือ เราให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา(R&D) โดยทุ่มงบประมาณหลักพันล้านดอลลาร์(Billion Dollar)
ซึ่งนับว่าเป็นการลงทุนที่มากที่สุดในบริษัทผลิตแผงโซลาร์ เพื่อให้ได้เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตพลังงานที่สูงขึ้น อาทิเทคโนโลยี BC (Back Contact) ที่ช่วยให้แผงโซลาร์ดูดซับแสงได้ดีในพื้นที่แสงน้อย เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตพลังงาน ที่นำมาใช้กับทั้ง 2 โปรดักส์ในวันนี้เป็นต้น”
ด้านความร่วมมือกับ NEPS นั้น นายหม่า เหมิง (Ma Meng) กล่าวต่อว่า “เรามองเห็นจุดแข็งของ NEPS ในหลายด้านไม่ว่าจะเป็นเรื่อง วิสัยทัศน์ในการมุ่งมั่นนำพลังงานสะอาดมาช่วยขับเคลื่อนเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกสู่อนาคตที่ยั่งยืน
โดยยึดหลักความรับผิดชอบต่อลูกค้าต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงวิธีการทำการตลาดของ NEPS ที่เน้นเรื่องการให้ข้อมูลความรู้เป็นสำคัญอีกทั้งการให้บริการลูกค้าแบบ One Stop Solution ทำให้สามารถเจาะกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายและครอบคลุม เราจึงมั่นใจในการเลือกนำสินค้าที่มีนวัตกรรมสูงของ LONGi มาให้ทาง NEPS เป็นผู้เปิดตลาดเจ้าแรกและเจ้าเดียวในไทย
ได้แก่ “HI-MO X6Ultra Black” อีกทั้งสินค้าตัวนี้ ยังคว้ารางวัลระดับนานาชาติได้ถึง 2 รางวัล ได้แก่ รางวัล A’ Design Award & Competition และ French Design Awards
นอกจากนี้ LONGi เรายังเป็นบริษัทที่คิดค้นและผลิต BIPV หรือเซลล์แสงอาทิตย์แบบผสานวัสดุอาคารรายต้นของโลกซึ่งนับเป็นการเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันด้านโซลาร์ ด้วยเทคโนโลยีที่ผสานเข้ากับวัสดุอาคาร เพื่อมุ่งสู่การสร้างอาคารเขียว (Green Building) ที่ไม่เพียงผลิตพลังงานไฟฟ้า แต่ยังสามารถป้องกันความร้อน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เรียกว่าเป็นการยกระดับธุรกิจพลังงานในไทยไปอีกขั้น ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าการผนึกกำลังกับ NEPS ในครั้งนี้ จะยิ่งเป็นการต่อยอดธุรกิจโซลาร์ของไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและเติบโตอย่างแข็งแกร่ง”
ด้านการเปิดตัวสินค้าใหม่ ดร.สุธี ไตรวิวัฒนา ผู้อำนวยการด้านการขาย บริษัท ลอนจี กรีน เอเนอร์จี เทคโนโลยี จำกัด หรือ LONGi ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า“ทีมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ LONGi ได้นำเทคโนโลยี BC (Back Contact) คือ การเชื่อมวงจรทั้งหมดที่ด้านหลังของเซลล์ ทำให้หน้าแผงสามารถรับแสงได้ 100% จึงทำให้ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าของเซลล์ที่มีเทคโนโลยี BC สูงกว่า 25%
ซึ่ง แผงโซลาร์เซลล์รุ่น HI-MO X6 Ultra Black” ที่มาพร้อมศักยภาพการผลิตไฟฟ้าได้ดีในสภาวะที่อุณหภูมิสูง และการแผ่รังสีต่ำ ทำให้การทำงานของตัวแผงโซลาร์เซลล์สามารถมีประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าผลิตสูงถึง 23.2% ด้วยขนาด 1722 x 1134 x 30 mm โดยใช้ฟิล์ม POE ชนิดพิเศษห่อหุ้มแผงเซลล์
ซึ่งมีคุณสมบัติทนทานสูง แม้ในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิและความชื้นสูง ควบคู่กับดีไซน์หรูหราสวยงามด้วยตัวแผงสีดำสนิท และพื้นผิวที่มีความหยาบทำให้แสงที่ตกกระทบลงมาไม่สะท้อนออก เพิ่มการดูดซับแสงได้ดีกว่าปกติ เหมาะสำหรับการติดตั้งบนหลังคาบ้านเรือน ที่ได้ทั้งเรื่องการประหยัดไฟและความสวยงาม ขณะที่การรับประกันตัวแผงและวัสดุอยู่ที่ระยะเวลา 25 ปี และรับประกันประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ระยะเวลา 30 ปี ซึ่งถือว่าเป็นการรับประกันสินค้าและประสิทธิภาพที่สูงสุดในไทย”
“ขณะที่ “BIPV” หรือ เซลล์แสงอาทิตย์ที่รวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาคาร เป็นการนำแผงโซลาร์มาผสานกับวัสดุก่อสร้างที่ใช้ประกอบภายนอกอาคารได้ เช่น กำแพง หน้าต่าง Façade ช่องกระจก หรือผนัง ซึ่งจะช่วยให้อาคารสามารถรับพลังงานแสงอาทิตย์ได้รอบด้าน
โดยLONGi เป็นบริษัทต้นในโลกที่คิดค้น พัฒนา และผลิตด้วยตัวเอง 100% BIPV มาพร้อมประสิทธิภาพสูงสุดถึง25.80% ขณะเดียวกันในแง่ของงานดีไซน์สามารถแมตช์กับงานสถาปัตยกรรมได้ทุกรูปแบบ และ Custom ได้เองทั้งหมด ทั้ง ขนาด รูปทรง และสี
ทั้งนี้ทาง LONGi ได้กำหนด 5 สีหลักที่เหมาะสมกับงานดีไซน์อาคาร ได้แก่ Ocean Blue, Space Gray, Eclipse Red, Galaxy Silver และ Cosmic Beige และหากลูกค้าต้องการสีที่นอกเหนือจากทั้ง 5 สีนี้ก็สามารถกำหนดได้โดยการดู Code สีจากอาคารภายนอกของลูกค้าเอง มาพร้อมการรับประกันสินค้านานถึง 15 ปี รับประกันการผลิตพลังงาน 25 ปีและรับประกันตัวสี 10 ปี”
สำหรับภาพรวมตลาดโซลาร์ในปัจจุบันมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องจากศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบีพบว่า ตั้งแต่ปี 2565 ตลาดโซลาร์รูฟในประเทศไทยมีการเติบโตเฉลี่ยปีละ 22% และจะเติบโตไปถึง 6.7 หมื่นล้านบาทในปี 2568
ทั้งนี้ ผลพวงมาจากการพัฒนาโซลาร์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ คนสามารถเข้าถึงโซลาร์รูฟได้มากกว่าแต่ก่อน อีกทั้งพฤติกรรมของคนในสังคม ที่เปลี่ยนแปลงไปก็เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คนอยู่บ้านมากขึ้น ทั้งเรื่องทำงานในรูปแบบ Work From Home , การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่ใช้ชีวิตในบ้านเป็นส่วนใหญ่, ปริมาณการเพิ่มขึ้นของรถยนต์ไฟฟ้า (EV), กลุ่มคนเลี้ยงสัตว์ (Pet Humanization) และข้อสำคัญคือ ค่าไฟฟ้าที่แพงมากยิ่งขึ้น ทั้งหมดเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดโซลาร์รูฟโตขึ้นเป็นเงาตามตัว
“ดังนั้นการทำการตลาด เพื่อพัฒนาสินค้าและหาจุดเด่นทั้งในด้านประสิทธิภาพ ความสวยงามและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงเป็นเรื่องสำคัญ การที่ NEPS ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายรายแรก และรายเดียวในไทยสำหรับตัว “HI-MO X6 Ultra Black” ซึ่งให้ทั้งประสิทธิภาพสูง ดีไซน์สวย เมื่อนำไปติดตั้งบนหลังคาบ้านแล้ว จะเห็นเป็นสีดำสนิททั้งแผง ไร้รอยต่อ เหมาะกับบ้านที่เน้นความหรูหรา จึงนับเป็นโอกาสที่สำคัญของ NEPS ในการยกระดับสินค้าสำหรับผู้บริโภคไปพร้อมกับการตอกย้ำวิสัยทัศน์ร่วมกับ LONGi ในการขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน” นายตรีรัตน์ กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับ: NEPS จับมือ LONGi ผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ระดับโลก เปิดตลาด 2 นวัตกรรมใหม่