บทบรรณาธิการ
สินค้าราคาถูกจากจีนที่ไหลทะลักเข้าสู่ประเทศไทยยังคงสร้างความหวั่นวิตกให้กับผู้ประกอบการไทยต่อไป หลังจากตัวเลขการนำเข้าสินค้าจากจีนในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-มิ.ย.) ปรากฏ ไทยนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มขึ้นถึง 7.12% คิดเป็นมูลค่า 37,569.89 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 1.33 ล้านล้านบาท ส่งผลให้ไทยเป็นฝ่ายขาดดุลทางการค้ากับจีนทันที -19,967.46 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 7.2 แสนล้านบาท โดยปรากฏการณ์สินค้าจากจีนทะลักเข้ามาครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับประเทศไทยเพียงประเทศเดียว แต่เกิดขึ้นกับทุก ๆ ประเทศที่เป็นตลาดนำเข้าสำคัญของจีน
แน่นอนว่า การทะลักเข้ามาของสินค้าจีนมีผลพวงมาจากนโยบายสำคัญของจีนเองที่ว่า จีนมีกำลังผลิตสินค้าล้นเกิน การกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศไม่เพียงพอต่อการเพิ่มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ จึงมีความจำเป็นต้องส่งออกสินค้าที่ผลิตล้นเกินเหล่านี้ออกสู่ตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตลาดส่งออกสำคัญเดิมอย่างสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป แต่ก็ต้องมาประสบเหตุที่รัฐบาลในประเทศผู้นำเข้าสินค้าจีนเหล่านั้นต่างเกิดความกังวลของการไหลบ่าเข้ามาจนต้องตั้งกำแพงภาษี และออกมาตรการปกป้องตลาดภายในประเทศของตนอย่างเข้มงวดมากยิ่งขึ้น
ดังนั้น สินค้าที่ไม่สามารถส่งออกไปยังตลาดสำคัญอย่างสหภาพยุโรปและสหรัฐ ผสมกับสินค้าที่ถูกผลิตจนล้นเกินในประเทศ จึงมุ่งหน้ามาที่ตลาดสำคัญอย่างตลาดเอเชีย ต่างก็ได้รับผลกระทบกับการไหลบ่าเข้ามาของสินค้าอุปโภค-บริโภคราคาถูก ผลิตภัณฑ์พลาสติก เครื่องนุ่งห่ม เคมีภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้าราคาถูกผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ไปจนกระทั่งถึง รถยนต์ไฟฟ้า EV
การทะลักเข้ามาของสินค้าจีนได้ถูกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าไทย แจ้งเตือนมายังรัฐบาลให้หาทางสกัดกั้นสินค้าเหล่านี้ รวมไปถึงการเข้ามาตั้งโรงงานในประเทศ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับผู้ประกอบการไทยที่ไม่สามารถแข่งขันกับสินค้าจีนได้ ไม่ว่าจะเป็นขนาดของการผลิตไปจนถึงการอุดหนุนโดยตรงจนมีการเรียกประชุม 28 หน่วยงานภาครัฐ เพื่อแก้ปัญหาการนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าไม่ได้มาตรฐานและราคาต่ำ
ล่าสุด ที่ประชุมได้ออก 5 มาตรการ อาทิ การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ทั้งกฎหมายศุลกากร มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหาร การประกอบธุรกิจในลักษณะของนอมินี การบังคับจดทะเบียนนิติบุคคลโดยให้มีสำนักงานในไทยของแพลตฟอร์มออนไลน์ มาตรการภาษีสำหรับผู้ขายสินค้าออนไลน์จากต่างประเทศและแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์
ทว่าในอีกด้านหนึ่งของการบังคับใช้มาตรการเหล่านี้ก็เกิดความกังวลกันว่า อาจจะถูกจีนตอบโต้กลับมา เนื่องจากจีนเป็นตลาดสำคัญของการส่งออกสินค้าไทย คิดเป็นมูลค่าถึง 34,164 ล้านเหรียญ ดังนั้น จึงควรที่จะต้องชั่งน้ำหนักการใช้มาตรการ จักต้องมีการกระทำอันเป็นเหตุเป็นผลว่ามีการกระทำผิดกฎระเบียบอย่างชัดเจน เนื่องจากไทยไม่อยู่ในฐานะที่จะเผชิญหน้าทำสงครามการค้ากับจีนโดยตรง

