ค่ายส้มปักธง เข้าสู่อำนาจรัฐ

ทยอยเผยโฉม ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน The Professionals หากพรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาล

ดูโปรไฟล์ประวัติ “รัฐมนตรีเงา” ใน “รัฐบาลเงาส้ม” นับว่าถูกฝา-ถูกตัว

เปิดตัวเป็นคนแรก ศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน อดีตคณบดี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถูกวางตัวเป็น รมว.ยุติธรรม แม้จะถูกมองว่ามาจากสาย “ธรรมศาสตร์คอนเนกชั่น” ด้วยมีสายสัมพันธ์อันดีในทางวิชาการกับ ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ – ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ สองอดีตอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์

คีย์แมนทีมยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้กับหลายคณะปฏิวัติ-ยึดอำนาจ โดยเฉพาะใน “ดีลปีศาจ น้ำเงิน-ส้ม” “สมคิด” ถูกมองว่ามีส่วนสำคัญกับ MOA แก้รัฐธรรมนูญลูกผีลูกคน

ขณะที่“สุรพล นิติไกรพจน์” ถูกเชิญมาเป็นพยานสำคัญต่อสู้คดียุบพรรคก้าวไกล เมื่อต้นปี 2567 ที่ผ่านมา

คนที่สอง “พิศาล มาณวพัฒน์” อดีตสว. กับดีกรีแน่นปึ้ก ทั้งเคยเป็นอดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา, อินเดีย, แคนาดา พ่วงด้วยตำแหน่งอดีตหัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป วางให้เป็นแคนดิเดต รมว.ต่างประเทศ

แต่ทันทีที่เปิดตัวออกมา ก็โดนรุมสกรัมทั้งจากฝ่ายตรงข้าม และพวกเดียวกันเอง โดยเฉพาะปมปัญหาเก่าฉันท์ชู้สาว ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับ และยืนยันว่าได้รับการให้อภัยจากครอบครัวแล้ว พร้อมเคลียร์คัทชัดเจน ไม่เคยไปแก้ตัวแก้ต่างให้กับคณะปฏิวัติ-ยึดอำนาจ ในเวทีโลก หรือตามหน้าสื่อระดับไหน

นอกจากนี้ยังเคยนั่งเป็นบอร์ดทีดีอาร์ไอ หนึ่งในสถาบันทางความคิดผลิต “เทคโนแครต” คนสำคัญของการเมืองไทย เป็น 1 ใน 13 สว.ที่โหวตเห็นชอบ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เป็นนายกฯ ตามด้วยโหวต “ปิดสวิตช์สว.”

รายล่าสุด รศ.ดร.อนุชาติ พวงสำลี ประธานคณะกรรมการอำนวยการ รร.สาธิต ม.ธรรมศาสตร์ จบปริญญาเอก Human Ecology, Australian National University ออสเตรเลีย, ปริญญาโท Environmental Sciences, Monash University ออสเตรเลีย, ปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

เคยเป็นคณบดี คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์, รองอธิการบดี ฝ่ายระบบกายภาพและสิ่งแวดล้อม ม.มหิดล คณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ ม.มหิดล

เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง ที่จะคั่วแคนดิเดต รมว.ศึกษาธิการ กับภารกิจสำคัญ ยกระดับปฏิรูประบบการศึกษาไทย

แน่นอนว่าทั้งคนใน คนนอก มีทั้งเสียงชื่นชม และเสียงวิพากษ์วิจารณ์

คนที่มองมุมบวก ก็ว่าเป็นการยกระดับขึ้นไปอีกขั้นของค่ายส้ม ที่มีส่วนผสมของ “กลุ่มเทคโนแครต” เข้ามาเติมความเชื่อมั่น สานฝันในการเป็นพรรคจัดตั้งรัฐบาล

เรียกว่าวัดกันได้กับ ดรีมทีมค่ายน้ำเงิน “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ-ศุภจี สุธรรมพันธ์ุ-สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” ยิ่งดูภาพรวมองคาพยพของทั้ง 2 ค่าย ส้ม ดูจะเหลืื่อม น้ำเงิน นิดๆ

ส่วนคนที่มองมุมลบ ก็ออกมาเผาบ้าน ชำแหละแกนนำ “อภิมหา Grand Compromise” ตามธงของ “พ่อส้ม” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ลดดีกรีการต่อสู้ ลืมจุดยืนดั้งเดิม ตั้งแต่ก่อตั้ง พรรคอนาคตใหม่ ลดจุดยืนพรรคประชาชนลง เข้าสู่โหมด “การประนีประนอมครั้งใหญ่”

พยายามเลี่ยงที่จะพูดถึงการ “ปฏิรูปสถาบันฯ” ที่เคยเป็นหนึ่งใน “จุดขาย” นำพาพรรคก้าวไกลชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย ในปี 2566 แต่ ณ วันนี้ แกนนำพรรคต่างเน้นย้ำ ไม่มีนโยบายการแก้ไขมาตรา 112 เพราะติดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนการ “นิรโทษกรรม” ผู้ต้องหาทางการเมือง หรือคดีตามมาตรา 112 โยนไปเป็นอำนาจหน้าที่ของ “รัฐสภา” และ “ฉันทามติ” ของสังคมแทน

เป็นทางสองแพร่งของพรรคส้มอย่างแท้จริง กับยุทธศาสตร์เปิดตัว “ทีมบริหารรัฐประชาชน” จากนี้ไปจนถึง 15 ม.ค. คงทยอยเปิดตัว “เทคโนแครต-นักวิชาการฝ่ายซ้าย-ผู้บริหารธุรกิจ” เข้ามาเติมเต็ม ดึงดูดฐานเสียงจำพวก “คนที่ยังไม่ตัดสินใจ จะกากบาทเลือกใครในการเลือกตั้งครั้งนี้”

แม้จะต้องแลกกับการกลืนเลือดหลักการดั้งเดิม ปักหมุดยุทธศาสตร์ “ต้องเข้าสู่อำนาจรัฐ”

ถ้ายังมุ่งอยู่กับแนวทางเดิม ไม่ถูกยุบพรรค ก็ถูกจับเข้าช่องฟรีซ ขยับเขยื้อนทำอะไรไม่ได้

เพราะไม่มีใครอยากเป็น “ฝ่ายค้านตลอดกาล”

ดับแล้ว 648 ศพ เหตุประท้วงอิหร่านลุกลาม รัฐจัดชุมนุมหนุนรัฐบาลตอบโต้ผู้ชุมนุม

พรรคประชาชนจ่อยื่นกกต.ชลบุรี ตรวจสอบเหตุป่วนเวทีดีเบต ขณะธนาธรร่วมเวทีช่อง 3