ผลสำรวจยกแรก กระแสเลือกตั้ง2569
2สำนักใหญ่ “นิด้าโพล-สวนดุสิตโพล” ได้คำตอบตรงกัน พายุสีส้มยึดหัวแถว ครองกระแสความนิยมสูงสุดทั้งตัวบุุคคลและพรรค
“หัวหน้าเท้ง”ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ขึ้นแท่นเต็งหนึ่ง ที่ประชาชนสนับสนุนเป็นนายก รัฐมนตรี ขณะที่สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนก็ผงาดครองจ่าฝูงในส่วนพรรคการเมือง
ผ่านโค้งแรก ค่ายส้มไต่ระดับเบียดขึ้นมาเป็นผู้นำ แซงกลุ่มผู้ยังไม่ตัดสินใจลงคะแนนสำเร็จ
ประชาชนส่วนใหญ่ยังเทใจเชียร์ค่ายสีส้ม แม้กำลังเผชิญสถานการณ์ดงกระสุนตก ถูกโจมตีหนักเรื่องปมจริยธรรม “มีเรา ไม่มีโทษ”โฆษณาไม่ตรงปก และวาทกรรมด้อยค่าทหารในอดีต
ไปเดินหาเสียงที่ไหน ไม่พ้นถูกชวนหาเรื่อง ชาวบ้านปรี่เข้ามาถามจุดยืนด้อยค่าทหาร เป็นข่าวอยู่ทุกวัน
ถึงค่ายส้มจะขึ้นนำ แต่ยังประมาทการ์ดตกไม่ได้ เพราะระยะห่างระหว่างฝ่ายนำกับฝ่ายตามแคบลง พรรคภูมิใจไทยมีลูกฮึดขยับฟันคะแนนนิยมได้เพิ่มขึ้น
ตามต้นทุนเดิมคะแนนนิยมพรรคประชาชนจากผลสำรวจนิด้าโพลเคยอยู่ที่ 46% ช่วงกลางปี2568 แต่หล่นมาเหลือ33% ปลายปีที่ผ่านมา ล่าสุดต้นปี2569 เหลือ 30.48% ขณะที่แต้มพรรคภูมิใจไทยเบียดพรรคเพื่อไทยขึ้นมาอยู่ลำดับสอง ทั้งคะแนนแคนดิเดตนายกฯและพรรคการเมืองไล่หลังอันดับ1ไม่ห่าง
แม้พรรคประชาชนจะรักษาสถานะผู้นำได้ แต่ไม่ปิดประตูทิ้งห่าง ค่ายภูมิใจไทยมีโอกาสกวดทัน หากโค้งสุดท้ายทีมส้มออกลูกแผ่ว อาจถูกเบียดแซงได้
ผลพวงในอดีตตามไล่ล่า กรณีด้อยค่ากองทัพ ถูกคู่แข่งหยิบมาปั่นกระแสชาตินิยม ทุบค่ายประชาชนอยู่ในภาวะขาลง ไม่เปรี้ยงปร้างเหมือนยุคร่างทอง ในสมัยพรรคก้าวไกล
แม้กระทั่งสนามเมืองกรุง ของตายค่ายส้มที่เคยกวาดสส กทม. 32 เขต จาก33เขต ในการเลือกตั้งปี2566 มารอบนี้ผลสำรวจคนกรุงเกือบ 30% ยังไม่ระบุจะเลือกใครเป็นนายกฯ โอกาสแลนด์สไลด์เมืองกรุงไม่ได้ง่ายเหมือนรอบที่แล้ว ต้องลุ้นตัวโก่งจะเกิดปรากฏการณ์สีส้มฟีเวอร์ซ้ำรอยหรือไม่
ภาพรวมยังต้องลุ้นเหนื่อยจะบรรลุภารกิจเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จหรือไม่ แม้มีแต้มต่อดีคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ แต่คะแนนสส.เขตยังสั่นคลอน ชนด่านหิน เผชิญทีมบ้านใหญ่พรรคภูมิใจไทยในหลายสนาม
กระแสอาจสะดุดพ่ายแรงกระสุน ตามค่านิยมในพื้นที่ต่างจังหวัดที่ระบบอุปถัมภ์ของทีมบ้านใหญ่มีอิทธิฤทธิ์ปลุกเสกคะแนน มัดใจชาวบ้านได้เหนียวแน่นกว่า
ค่ายส้มเสี่ยงลงเอยอีหรอบเดิม เป็นแค่นายกฯในโพล แต่ของจริงต้องลุ้นหืดจับจะเปลี่ยนคะแนนนิยมเป็นจำนวนสส.จริงได้แค่ไหน

แม้จะชนะเลือกตั้ง ได้สส.เป็นอันดับ 1 แต่หากไม่สามารถทำแลนด์สไลด์ ตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ ก็ต้องเจออุปสรรคเดิม หาเพื่อนร่วมตั้งรัฐบาลลำบาก ไม่มีใครอยากเสี่ยงอยู่ร่วมด้วย
มีโอกาสสูงถูกรุมกินโต๊ะ ให้ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ทั้งจากการสร้างเงื่อนไขและอุดมการณ์จัดตั้งรัฐบาลไว้สูงลิบ และการถูกตั้งแง่รังเกียจของพรรคการเมืองต่างๆ
ตกที่นั่งหาพันธมิตรลำบาก อาจถูกพรรคอันดับ2และ3 รวมตัวจัดตั้งรัฐบาลปาดหน้า เนื่องจากมีผลประโยชน์ทางการเมืองและแนวทางการทำงานที่เข้ากันได้มากกว่า
ถึงผลโพลจะมาเป็นอันดับ1 ก็สะท้อนแค่ความนิยมในตัวบุคคลและอุดมการณ์ของประชาชน แต่การจะได้เป็นนายกฯ หรือไม่ ขึ้นอยู่กับตัวเลขสส.ในสภา และการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล คนละบริบทกับเรื่องคะแนนนิยม
โอกาสสุดท้ายพรรคประชาชนที่ต้องทุ่มพลังหมดหน้าตัก ช่วงชิงอำนาจเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ
หากรอบนี้ยังไม่สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีได้เสี่ยงคะแนนนิยมไหลออก เลือกไปก็ไร้ค่า แต่แก้ปัญหาไม่ได้จริง รอเข้าสู่ทางตัน


