ช่วงนี้คงไม่มีใครมรชีวิตที่หวานแหวว..ชื่นมื่น.. ไปกว่า “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล อีกแล้ว
ช่วงเช้าถือฤกษ์สุกดิบ วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ เดือนแห่งความรัก ก่อนจะถึงวันวาเลนไทน์วันเดียว เปิดบ้านพักส่วนตัว เชิญเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตดุสิต มาดำเนินการจดทะเบียนสมรส กับ มาดามจ๋า ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา โดยมีบุตรสาว-บุตรชาย นัยภัค ชาญวีรกูล เศรณี ชาญวีรกูล และ “ปลัดป๊อบ”อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมเป็นสักขีพยานพร้อมหน้าพร้อมตา
ดูตามปฏิทินโหราศาสตร์ ศุกร์ 13 กุมภาฯนี้ ถือเป็นวันธงชัย และวันอธิบดี ในทางโหราศาสตร์ ยังเป็นวันที่พระเสาร์เคลื่อนย้ายออกจากราศีสิงห์ และราศีกุมภ์
ที่สำคัญดวงภรรยาส่งเสริมบารมีสามี
เพราะตั้งแต่คบกันมา ดวงเกื้อหนุนให้เป็น นายกฯสองรอบ แล้ว เลยมีสัญญาใจว่าจะจดทะเบียนสมรสให้ และครั้งนี้ก็ถือเป็นการจดทะเบียนสมรส ครั้งที่สาม ในชีวิตของชายชื่อ “อนุทิน” แล้ว
ตกช่วงบ่าย ขบวนขันหมากพรรคเพื่อไทย ในฐานะเจ้าสาว ก็พากันเคลื่อนมายังพรรคภูมิใจไทย ฝ่ายเจ้าบ่าว เจรจาต้าอวยเพื่อ ร่วมหอลงโลง “รัฐบาลหนู 2”
นำโดย “ดร.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย พร้อม ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผอ.เลือกตั้ง และ ภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำค่ายแดง
แม่ทั้ง 2 ฝ่าย ยังคงสงวนท่าที ออกตัวว่าเป็นการแสดงท่าทีที่พรรคเพื่อไทยยินดีสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ร่วมมือกันสร้างความเป็นปึกแผ่นให้รัฐบาล
ส่วนเรื่องราวความหลังฝังใจ ที่เคยชักมีดปักหลังกันมา ถือเป็นเรื่องในอดีต ที่พร้อมจะเก็บเข้าลิ้นชัก รอไว้เอาคืนในวันหลัง
ยังไม่มีการเจรจาต่อรองเรื่องตำแหน่งเก้าอี้ โควต้ารัฐมนตรีอะไรทั้งนั้น
แต่คนวงในเจรจาระบุว่า การพูดคุยต่อรองคืบหน้าไปมากแล้ว สมการอำนาจรอบนี้ “หนู-เน” กดสูตรคณิตศาสตร์ 10 ต่อ 1 คือโควตาสส. 10 คนต่อ 1 รัฐมนตรี
รอบนี้พรรคเพื่อไทยได้ สส. มา 78 ที่นั่ง ตามสูตรปัดเศษ ได้รวมทั้งสิ้น 8 เก้าอี้ เป็น รัฐมนตรีว่าการ 4 และ รัฐมนตรีช่วย 4
“หนู-เน” โชว์คมเขี้ยวที่โคตรโหด เพราะปกติหรือแม้แต่ตอนจัดตั้งรัฐบาลเพื่อไทย หลังเลือกตั้งปี 66 ยังใช้สูตร 7 ต่อ 1 หรือ 8 ต่อ 1
เรียกว่าขย่มพรรคร่วมรัฐบาลอันดับสอง กันตั้งแต่ต้นมือ
ทางหนึ่งก็กำราบคู่แข่งแย่งชิงอำนาจกันมาตลอด อีกทางก็กดไม่ให้พรรคเล็กพรรคน้อยที่ยอมศิโรราบ มาขยับต่อรองอะไรได้
อยู่ที่ ค่ายน้ำเงิน จะเวทนาเจียดจ่ายเศษเนื้อข้างเขียง ให้เท่าไหร่ ก็เอาไปเท่านั้น
ชัดเจนเลยก็ พรรคกล้าธรรม วันนี้ “ผู้กอง” ธรรมนัส พรหมเผ่า ต้องดิ้นหนัก เพราะเจอแรงกดดันจากทุกด้าน
58 เสียง ที่ “ผู้กอง” มีอยู่ ความจริงน่าจะเป็นสมการตัวเลข ในการเข้าร่วมรัฐบาลที่พอดิบพอดี แต่กลายเป็นว่าด้วยภาพลักษณ์ของพรรค ที่เสียงยี้ดังกระหึ่ม เลยกลายเป็น โดน “ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเขากระโดง” กดจนแทบโงหัวไม่ขึ้น
การต่อรอล่าสุดทาง ค่ายน้ำเงิน ต้องการให้ “มาดามแต๋ม” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ นั่งรองนายกฯควบรมว.พาณิชย์ และต้องการกำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้ผลผลิตทางการเกษตร ที่อยู่ภายใต้กำกับของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สอดคล้องกับการส่งออกของกระทรวงพาณิชย์ ไปในทิศทางเดียวกัน
พูดง่ายๆก็คือ ยึดกระทรวงเกษตรฯ ในอุ้งมือ “ผู้กอง” มาอยู่ในโควตาของภูมิใจไทย
แต่งานนี้มีหรือจะยอมกันง่ายๆ ยังไม่รู้หมู่หรือจ่า
จนกว่า “ครม.หนู 2/1” จะคลอดออกมาอย่างเป็นทางการ


