น้ำต้มผักกลายเป็นน้ำเน่า

ใกล้ปิดดีลจัดตั้งรัฐบาลภูมิใจไทย รวมเสียงเบ็ดเสร็จขยับเข้าใกล้ 300เสียง

แนวโน้มค่อนข้างชัด สูตรสำเร็จตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ไม่มีที่ว่างให้พรรคกล้าธรรมร่วมผสมโรง

เคาะตัวเลขลงล็อก พรรคสีเขียวถูกผลักกระเด็นเป็นฝ่ายค้าน หวังลดแรงเสียดทานทางการเมือง เลี่ยงความเสี่ยงถูกยื่นตรวจสอบปมจริยธรรม เพื่อความราบรื่นการบริหารงานของรัฐบาล

สัมพันธภาพ “ภูมิใจไทย-กล้าธรรม”ไม่เหมือนเดิม หมดโปรโมชั่น “ยามรักน้ำต้มผักยังว่าหวานเจี๊ยบ” ก้าวเข้าสู่โหมดความจริงที่รสชาติขมขื่นเหมือนมะระ สะท้อนวลีอมตะการเมือง “ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร” ขึ้นอยู่กับผลประโยชน์เฉพาะหน้าจะคลิกกับฝ่ายใดลงตัวมากกว่ากัน

ผลพวงการถือแต้มต่อสูงลิบของพรรคภูมิใจไทย หลังปิดหีบเลือกตั้ง กวาดชัยชนะ เป็นพรรคอันดับ1 มีต้นทุนว่าที่สส.ในมือ 193 เสียง ได้คุมเกมเป็นฝ่ายเลือก ไม่ใช่ฝ่ายถูกเลือก

ตรงกันข้ามกับสถานการณ์พรรคกล้าธรรม แม้มี 58เสียง ได้ที่นั่งสส.ทะลุเป้า แต่จังหวะการเมืองไม่เป็นใจให้ ก็หมดสิทธิได้ตั๋วร่วมรัฐบาล

เพราะสถานะปัจจุบันพรรคภูมิใจไทย จับมือพรรคเพื่อไทย 74 เสียง  และพรรคเล็กพรรคน้อย ก็มีเสถียรภาพแน่นปึ้กเหยียบ 300 เสียง

 ไม่จำเป็นต้องพึ่งลมหายใจพรรคกล้าธรรมมาเบียดโควตาจัดสรรปันส่วนเก้าอี้ครม.พรรคภูมิใจไทย และพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ให้จัดโผยุ่งยากมากขึ้นไปอีก

พรรคตัวตึงโดนโดดเดี่ยวจะมีหรือไม่มีในสมการอำนาจ รัฐบาลก็เดินต่อได้ โดยไม่มีผลกระทบใดๆจากที่วาดหวังเป็นพรรคตัวแปร กลับตาลปัตรเป็นแค่พรรคตัวแถม

ดีลร่วมรัฐบาลล่ม “ผู้กองนัส”ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เพลี่ยงพล้ำพ่ายเหลี่ยมเขี้ยวภูมิใจไทย จากที่เคยอยู่ในฐานะผู้กุมชะตารัฐบาล กลับมาตกที่นั่งโดนเทอย่างเจ็บแสบ

ค่ายสีน้ำเงินเลือกจับมือค่ายสีแดง และพรรคเล็กพรรคน้อย ดีดค่ายสีเขียวหลุดโผ เดินกลยุทธกวาดต้อนพรรคเล็กมาเป็นพวก ใช้ยุทธวิธีเดียวกับที่ “ผู้กอง นัส”เคยกวาดต้อนพรรคเล็ก เพื่อคุมแต้มต่อ สร้างอำนาจต่อรองในอดีต

ย้อนศรแผนหนามยอกเอาหนามบ่ง แก้เกมกลับไม่ให้ร.อ.ธรรมนัสใช้พรรคเล็กเป็นเครื่องมือสร้างราคาต่อรองรัฐบาล

ภูมิใจไทยโชว์เหนือเล่นเกมดีลพรรคเล็กเอง ตัดวงจรตัวแทนนายหน้า กุมเกมได้เบ็ดเสร็จ กำราบผู้กองเป็นเสือหมอบ จะต่อรองลดเงื่อนไขแค่ไหน ทั้งยอมถูกริบโควตาเก่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาแม้กระทั่งยอมถูกตัดชื่อร่วมวงครม.ก็ยังถูกปิดโอกาส ตัดเส้นทางร่วมรัฐบาล

เจ้าพ่อพรรคเล็กเสียท่า โดนค่ายจิ๋วทิ้งไว้กลางทาง วิ่งไปหาขั้วอำนาจใหม่ที่มั่นคงและปลอดภัยกว่า

โบกี้รัฐบาลที่นั่งเต็มเอี้ยด มีเสียงมากพอ พรรคกล้าธรรมถูกเมิน กลายเป็นส่วนเกิน หมดอำนาจต่อรอง ไม่จำเป็นต้องมีในสมการอำนาจ เสี่ยงเป็นสายล่อฟ้า เกิดจุดอ่อนด้านจริยธรรมกลายเป็นภาระสร้างความลำบากต่อรัฐบาลในอนาคต

มือประสานรัฐบาลถูกถอดปลั๊กอำนาจ จากคนสำคัญกลายเป็นส่วนเกิน ไร้ความสำคัญ ต้องระเห็จเป็นฝ่ายค้าน

ผู้กองโดนบอนไซอำนาจ ไม่เหลือไพ่ในมือไว้สู้ มีโอกาสสูงเกิดโรคแทรก ถูกเช็กบิลย้อนหลัง เพราะไม่มีเกราะป้องกันจากการเป็นฝ่ายบริหารไว้ต่อรองอำนาจเหมือนเก่า

การเมืองแบบไทยๆไม่มีอะไรแน่นอน จากน้ำต้มผักกลายเป็นน้ำเน่าแค่ชั่วข้ามคืน

ออกหมายจับเบน สมิธ-ภรรยา คดีหลอกลงทุนพันล้าน