ปลดไท-ถอดสูท ปรับอุณหภูมิแอร์ คาร์พูลร่วมเส้นทาง WFH-เวิร์คฟอร์มโฮม งดไปดูงานต่างประเทศ จ่อหั่นเวลาเปิด-ปิดปั๊ม
มาตรการประหยัดพลังงานแบบ “ไทยแลนด์โอนลี่” เท่าที่รัฐบาลชุดรักษาการนี้จะนึกออก
เร่งตีปี๊บกันหูตาตื่น ขอความร่มมือจากทุกหน่วยงาน สวนทางกับอาการปากกล้าขาสั่น “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นั่งยันนอนยัน ประเทศไทยยังมีความมั่นคงด้านพลังงาน
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสถานการณ์พลังงานไทย อาการน่าเป็นห่วง
จังหวะที่ต้อเร่งเร้าเหมือนกัน กับการตั้งรัฐบาลตัวจริงเสียงจริง ไม่มีเวลามาชิวๆ เฉื่อยแฉะ อีกต่อไป เมื่อวิกฤติภูมิรัฐศาสตร์โลก มาจ่อประตูอยู่หน้าบ้าน
แน่นอนว่านำมาสู่ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ถดถอยกันถ้วนหน้า พร้อมลากลามมาถึงวิกฤติปากท้องของพี่น้องคนไทยทุกคน
ขั้นตอนการฟอร์มรัฐบาล จึงต้องเร่งเครื่องให้เร็วขึ้นแบบช่วยไม่ได้ 10 มี.ค. ที่ประชุมครม. มีมติเห็นชอบพ.ร.ฎ.เรียกประชุมรัฐสภา 11 มี.ค. ราชกิจกาฯประกาศลงเว็ปไซต์ เรียกประชุมรัฐสภา ในวันที่ 14 มี.ค. และเลขาฯสภารีบเด้งรับ เรียกประชุมสภาในวันรุ่งขึ้น 15 มี.ค. เพื่อโหวตเลือกประธานสภา และรองประธานฯ และต้องรอโปรดเกล้าฯ ประธานสภา และรองประธาน จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนการเรียกประชุมสภา เพื่อโหวตเลือกนายกฯ กันต่อไป เพื่อแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้ใช้เวลาอีกไม่เกิน 1 สัปดาห์
เราก็จะได้เห็นโฉมหน้า รัฐบาลอนุทิน/2 ที่จะมารองรับแรงกระแทก มหาวิกฤติระดับโลกนี้
เมื่อโจทย์สงครามยังคงเขย่าประเทศไทย ล่าสุด เรือบรรทุกสินค้าประเภทเทกอง สัญชาติไทย ชื่อ “มยุรีนารี” (Mayuree Naree) ขนาดระวางขับน้ำประมาณ 30,000 ตัน ถูกบอมกลาง ช่องแคบฮอร์มุซ โดยไม่ทราบว่าฝ่ายไหนเป็นผู้ลงมือ ทั้งๆ ที่ชักธงสัญชาติไทย ออกจากท่าเรือในเมืองคาลิฟา (Khalifa) สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ก็ยังโดนลูก(ไม่)หลง ตรงกันข้ามกับการปั่นเฟกนิวส์โดย พวกสลิ่ม ที่วันนี้กลายร่างเป็น บัวลอยน้ำเงิน อิหร่านไฟเขียวเรือธงสัญชาติไทยผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ได้
วันนี้ไม่มีใครรับประกันให้ใครได้แล้ว ทุกประเทศต่างต้องดิ้นรนเพื่อตัวเอง ประเทศไทยก็ต้องยืนบนขาของตัวเองให้ได้ แม้ข้อเข่าจะเสื่อม เส้นเอ็นเปื่อยยุ่ยไปหมดแล้วก็ตาม
แต่รู้สึกว่าทีมผู้กำกับอำนาจหลังม่าน จะไม่รู้สึกรู้สา ยังคงสนุกสนานไปกับการวางพิมพ์เขียวสืบอำนาจกันต่อ
ดับซ่าคู่แข่งบารมี ค่ายเขียว จนหมอบราบคาบแก้ว เดินคอตกไปเป็นฝ่ายค้านด้วยความจำใจ
ค่ายน้ำเงิน เข้าสู่โหมดเถลิงอำนาจเป็นทางการ ส่งสัญญาณเขย่าป้อมค่าย หมายหัวทั่วทิศ ตามแผนปฏิบัติการ “กวาดเรียบ-กินรวบ”
ทุบแล้วดูด ไล่เรียงตัวตั้งแต่ พรรคกล้าธรรม ค่ายสีแดงเพื่อไทย ก็ไม่รอด ก๊วน“สุริยะ-สมศักดิ์” รอวันไหลออก หรือไม่ก็ยึดพรรคกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ล้างคราบไคล “ชินวัตร”
ส่วนไร่ส้ม ก็รอเซ้งเป็นบางแปลง ที่หนาหูก็ “ตัวตึง-กาย” ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.หลายสมัย ค่ายส้ม และพวกงูเห่า
สถาปนาค่ายน้ำเงิน เป็นพรรคหลักพรรคเดียวในรอบหน้า
ชนักคดีเก่าที่ปักหลังนักการเมืองทุกค่าย ทุกขั้ว เริ่มมีทยอยออกมาในช่วงนี้ ทั้งผลระยะสั้น คุมเกมรัฐบาล 292 เสียง ไปจนถึงหมุดหมายระยะยาว ผู้สืบทอดอำนาจแห่งขั้วอนุรักษ์
ล้างคราบไคลจากพรรคกระดำกระด่าง วันนี้สถาปนาเป็นพรรคผ้าขาวสะอาดบริสุทธิ์ ทั้งที่มีหลายคดีปักอยู่ตามตัว คดีเขากระโดง ฮั้วเลือกสว. ลูกหลายเครือข่ายถูกจับโยงผลประโยชน์ทับซ้อนโครงการรัฐ เอี่ยวทุนเทา ธุรกิจใบเขียวพ่วงคนในวงการกีฬาที่เรื่องราวโยงใยไปถึงตลาดหุ้น-ตลาดทุน ขบวนการฟอกขาวระดับชาติ ฯลฯ
ฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น มือปืนรับจ้างตรวจสอบ เก็บข้อมูลละเอียดยิบ
หรือแม้แต่ผู้คุมเกมเบื้องหลัง ที่มองว่าเป็นพวกเดียวกัน ก็ยังเกี่ยวหลังไว้กระตุก หากวันไหนซ่าเกินขีดจำกัด
วันนี้แม้พลังสีน้ำเงิน จะพุ่งทะลุฟ้า ผู้ใหญ่แบ็กอัพระดับไฮพาวเวอร์
แต่ถ้าวันไหนเหิมเกริมเกินกรอบ บริหารบ้านเมืองไม่ผ่าน KPI
โดยเฉพาะปล่อยคนใกล้ตัว “เก็บไม่เลือกหน้า” มีสิทธิ “ติดเชื้อในกระแสเลือด” ถูกเชือดได้ทุกเมื่อ
เพราะ แข็งกว่านี้ ก็เจอมาแล้ว..!

