ระวัง “พิษน้ำมัน” ลามเข้ากระแสเลือด

“ขอให้คำมั่นสัญญาต่อประชาชน ว่าจะใช้ความรู้ความสามารถปฏิบัติหน้าที่นายกฯ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยอย่างเต็มกำลัง และจะควบคุมกำกับดูแลให้รัฐบาลอันประกอบไปด้วย คณะรัฐมนตรี ข้าราชการ เจ้าพนักงานของรัฐ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต คำนึงถึงประโยชน์ประชาชนเป็นลำดับแรก..

เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับการพัฒนาประเทศ การทำงานของภาครัฐต้องได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มข้นจริงจังจากทุกภาคส่วน การบริหารงานที่โปร่งใส ตั้งอยู่บนหลักนิติรัฐ นิติธรรม”

ต้องขีดเส้นใต้ ตัวโตๆ เอาไว้กับคำมั่นสัญญาที่ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศไว้เป็นสัญญาประชาคม หลังกระทำพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นนายกฯ

“นายกฯหนู” พูดย้ำมาหลายรอบ ว่าการบริหารงานของรัฐบาลชุดใหม่นี้ จะมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ก็รอพิสูจน์เจตจำนงค์ในคำพูด กับการกระทำ รัฐบาลอนุทิน/2 จะเป็นจริง หรือพูดอย่าง-ทำอย่าง

เพราะลำพังการแก้ไขวิกฤติหน้างาน จากผลพวงสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ก่อให้เกิดวิกฤติน้ำมัน-พลังงานโลก ลากลามมาถึงวิกฤติเศรษฐกิจโลก ก็ทำให้ประชาชนเริ่มรู้สึกผิดหวัง กับท่าทีรัฐบาล

“ขบวนการสูบน้ำมันเข้ากระเป๋า” ที่เห็นกันอยู่โทนโท่ ประชาชนทั้งประเทศรู้ แต่ท่านนายกฯหนู, รมว.พลังงาน อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์, และองคาพยพในขั้วอำนาจสีน้ำเงิน ไม่รู้ แต่กลับกล้าการันตี “ไม่มีไอ้โม่ง” งาบส่วนต่างจากวิกฤตินี้

มีแค่ รองนายกฯเกี๊ยะ พิพัฒน์ รัชกิจประการ เท่านั้นที่รู้ ถึงได้ตะโกนโวยวายเสียงดัง “น้ำมันหายไปไหน” เล่นเอารถทัวร์ไปจอดกันเต็มลานตึกไทยคู่ฟ้า สะท้อนเกจ์วัดระดับ “ความเชื่อมั่น” รัฐบาล ตกขีดแดง

อาการออกตั้งแต่วันประชุมสภา โหวตเลือกนายกฯ ที่ใช้เวลาแค่ครึ่งวัน ยังเหลืออีกครึ่งวันเต็มๆ แต่ “ประธานซาเล้ง” โสภณ ซารัมย์ ประธานสภา กลับควบซาเล้ง อุ้มนายกฯและรัฐบาลสีน้ำเงิน หนีการหารือเรื่องวิกฤติพลังงาน ในที่ประชุมสภา

ก๊วนเซราะกราวพากันชิ่งสถานการณ์ “น้ำมันท่วมปาก” ที่ฝ่ายค้านตั้งแท่นถล่มการบริหารจัดการที่แสนห่วยของรัฐบาล หวังเขี่ยไฟที่กำลังคุโชน จากตัวเลขความเชื่อมั่นติดลบ บริหารสถานการณ์ในช่วงวิกฤติ ยกระดับเป็น “ความไม่ไว้วางใจ”

เสียงปฏิเสธขึงขังของ นายกฯหนู ไร้ไอ้โม่ง สวนทางกับฉากที่ ตำรวจบก.ปคบ. เข้าตรวจสอบบริษัทจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงรายใหญ่ใน จ.อ่างทอง หลังได้รับร้องเรียนมีพฤติการณ์กักตุนและฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาต

ที่เดียวยังกักตุนกว่า 3 แสนลิตร นี่ถ้าไล่สอบพวก “จ๊อบเบอร์” Jobber-น้ำมัน (ผู้ค้าส่ง หรือพ่อค้าคนกลาง ที่ซื้อน้ำมันปริมาณมากจากโรงกลั่น หรือบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่) ทั้งขาใหญ่ ขาเล็ก จะล่อกันบานตะไทขนาดไหน

“เข้าง่าม” แก๊งฉกฉวยผลประโยชน์ บนความเดือดร้อนของประชาชนทั้งแผ่นดิน

ซ้ำร้าย กับภาวะลักลั่น ส่วนต่างราคาน้ำมันในประเทศ จากการสนับสนุนของกองทุนน้ำมัน ทำให้ตัวเลขถูกกว่า “น้ำมันเถื่อน” ที่ปกติก็ลอยลำอยู่ในเขตลอยต่อทางทะเล ทั้งฝั่งอ่าวไทย และอันดามัน

“น้ำมันเขียว” ไหลทะลักถูกลักลอบขนถ่ายออกไปขายต่างประเทศ เพราะราคาในไทยถูกกว่า ในช่วงภาวะวิกฤติสงคราม ยิ่งสูบปริมาณน้ำมันภายในประเทศ หายไปจากระบบอีกมหาศาล

สถานการณ์จวนตัวเข้า นายกฯหนู ต้องลงนามคำสั่งนายกฯ มอบอำนาจให้ ยาสามัญประจำบ้าน รองนายกฯพิพัฒน์ จัดการคุมเข้มผู้ค้าน้ำมัน สั่งรายงานการจำหน่ายเป็นรายลูกค้า-รายชื่อลูกค้า ที่ซื้อเกิน 3 พันลิตรต่อครั้ง งัดพ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง และพ.ร.ก.การแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ขึ้นมาขู่

ก็คงขู่ได้แต่พวกตัวเล็กตัวน้อย ส่วนขาใหญ่ตัวจริง… ลายแทงขุมทรัพย์ปีศาจสลับซับซ้อน ซ่อนผลประโยชน์ชาติ เอี่ยวการเมืองถอนทุนเลือกตั้ง

ถึงจะถือตั๋วอำนาจ มีหลังพิงกำแพงเหล็กอันแข็งแกร่งขนาดไหน ยามมนต์ปะกำยังขลัง ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ แต่ไม่มีหลักประกันใดๆ กับเกมอำนาจแบบไทยๆ

มนต์ปะกำเสื่อมวันไหน มีสิทธิไปกันทั้งยวง

คดีฆ่าหั่นศพสาวลาว นนทบุรี พบ 6 ถุงดำ เร่งล่าชิ้นส่วนที่เหลือ

สภาคึกคัก สส.ซื้อข้าวกินเอง จ่อถกยกเลิกอาหารฟรี