อัยการยื่นขอศาลลงโทษสูงสุด อดีตผู้นำเกาหลีใต้เผชิญชะตากรรมการเมือง
อัยการเกาหลีใต้ยื่นคำร้องต่อศาลแขวงกลางกรุงโซล ขอให้ลงโทษประหารชีวิต ยุน ซอกยอล อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ จากข้อหานำการก่อกบฏ หลังประกาศใช้กฎอัยการศึกเมื่อปลายปี 2024 จนนำไปสู่การถอดถอนจากตำแหน่งและการดำเนินคดีทางอาญา กระบวนการสืบพยานและไต่สวนสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 โดยศาลมีกำหนดอ่านคำพิพากษาในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งหากตัดสินตามคำขอของอัยการ จะถือเป็นการใช้โทษประหารชีวิตครั้งแรกในรอบเกือบ 30 ปีของเกาหลีใต้
ปิดสำนวนคดี “ก่อกบฏ” ศาลโซลเตรียมชี้ขาดชะตาอดีตประธานาธิบดี
เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ขบวนรถที่เชื่อว่าเป็นรถนำตัว ยุน ซอกยอล เดินทางเข้าสู่ศาลแขวงกลางกรุงโซล ในวันสุดท้ายของการสืบพยานและการแถลงปิดคดี คดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจประกาศกฎอัยการศึกเมื่อเดือนธันวาคม 2024 ซึ่งอัยการระบุว่าเป็นความพยายามล้มล้างระบอบประชาธิปไตยและเข้าข่ายการก่อกบฏ
อัยการย้ำต่อศาลว่า การกระทำของอดีตผู้นำรายนี้ แม้จะไม่มีผู้เสียชีวิตโดยตรง แต่มีลักษณะไม่แตกต่างจากการรัฐประหาร เป็นการใช้อำนาจทางทหารเพื่อควบคุมสถานการณ์ทางการเมือง และบ่อนทำลายหลักนิติรัฐอย่างร้ายแรง จึงสมควรได้รับโทษสูงสุดตามกฎหมาย
อัยการชี้เจตนารุนแรง หวังสืบทอดอำนาจยาวนาน
อัยการเกาหลีใต้ให้เหตุผลในการขอให้ศาลลงโทษประหารชีวิตว่า เจตนาของ ยุน ซอกยอล สะท้อนความกระหายอำนาจและแนวโน้มเผด็จการ โดยมีเป้าหมายยืดอายุการครองอำนาจทางการเมืองผ่านกลไกนอกระบบรัฐสภา ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิ เสรีภาพ และความมั่นคงของประชาชนชาวเกาหลีใต้
ตามกฎหมายเกาหลีใต้ ข้อหานำการก่อกบฏถือเป็นความผิดร้ายแรงที่สุด มีโทษสูงสุดคือประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต และอัยการมีหน้าที่เสนอทางเลือกบทลงโทษเพียงหนึ่งเดียวต่อศาล ซึ่งในคดีนี้ อัยการเลือกเสนอให้ลงโทษขั้นสูงสุด
พยานหลักฐานชี้สั่งจับ สส. วางแผนกวาดล้างฝ่ายตรงข้าม
หนึ่งในพยานสำคัญของคดีคือ นายพลระดับสูงที่ให้การว่า ยุน ซอกยอล มีคำสั่งโดยตรงให้จับกุมสมาชิกสภานิติบัญญัติระหว่างการประกาศกฎอัยการศึก นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานเป็นบันทึกข้อความที่เขียนโดยผู้ร่วมวางแผน ซึ่งระบุแนวคิดในการกำจัดบุคคลหลายร้อยคน
เนื้อหาในเอกสารดังกล่าวกล่าวถึงรายชื่อกลุ่มเป้าหมาย อาทิ สื่อมวลชน นักเคลื่อนไหวด้านแรงงาน และนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามในรัฐสภา ซึ่งอัยการมองว่าเป็นหลักฐานสะท้อนเจตนาการใช้ความรุนแรงเชิงโครงสร้างต่อระบบประชาธิปไตย
“ยุน ซอกยอล” ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ย้ำเป็นเพียงการแสดงเชิงสัญลักษณ์
ด้าน ยุน ซอกยอล วัย 65 ปี ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยชี้แจงต่อศาลว่า การประกาศกฎอัยการศึกเป็นเพียงมาตรการเชิงสัญลักษณ์ เพื่อเตือนสังคมให้ตระหนักถึงการกระทำผิดของพรรคฝ่ายค้าน และยืนยันว่า ในฐานะประธานาธิบดี เขามีอำนาจตามรัฐธรรมนูญในการออกคำสั่งดังกล่าว
อดีตผู้นำเกาหลีใต้ยังระบุว่า การตัดสินใจของเขามีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศเผชิญสถานการณ์เลวร้าย และไม่ได้มีความตั้งใจล้มล้างระบอบประชาธิปไตยตามที่ถูกกล่าวหา
โทษประหารในเกาหลีใต้: กฎหมายมีอยู่ แต่ไม่ถูกใช้เกือบ 30 ปี
แม้กฎหมายเกาหลีใต้ยังคงบัญญัติโทษประหารชีวิตไว้ แต่ประเทศไม่ได้บังคับใช้โทษดังกล่าวมานานเกือบสามทศวรรษ โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในปี 1996 เมื่ออดีตผู้นำเผด็จการ ชุน ดู-ฮวาน ถูกตัดสินประหารชีวิตจากการรัฐประหารปี 1979 ก่อนจะได้รับการลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิตในเวลาต่อมา
ศาลมีกำหนดอ่านคำพิพากษาคดีของ ยุน ซอกยอล ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งตามแนวปฏิบัติที่ผ่านมา ผู้พิพากษาไม่ได้จำเป็นต้องตัดสินโทษตามคำขอของอัยการเสมอไป ท่ามกลางการจับตาจากสังคมเกาหลีใต้และนานาชาติอย่างใกล้ชิด


