โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาแสดงท่าทีสนับสนุนให้เรือบรรทุกน้ำมันยังคงเดินเรือผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ต่อไป แม้สถานการณ์ความตึงเครียดกับอิหร่านจะทวีความรุนแรง หลังเกิดเหตุโจมตีเรือพาณิชย์หลายครั้งในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการของ ฟ็อกซ์นิวส์ โดยยืนยันว่าเรือเดินสมุทรไม่ควรหวาดกลัวภัยคุกคามจากอิหร่าน ขณะที่ผู้ประกอบการเดินเรือเรียกร้องให้กองทัพเรือสหรัฐจัดกำลังคุ้มกันเส้นทางพลังงานสำคัญของโลก ท่ามกลางความกังวลว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจกระทบต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลก
ทรัมป์ย้ำเรือบรรทุกน้ำมันไม่ควรหวาดกลัวอิหร่าน
โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตผู้นำสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับ ไบรอัน คิลมีด ผู้ดำเนินรายการของ Fox News โดยระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันควรเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซต่อไปตามปกติ และไม่ควรยอมให้ภัยคุกคามจากอิหร่านมาขัดขวางเส้นทางการขนส่งพลังงานของโลก
ทรัมป์กล่าวในเชิงท้าทายว่า ไม่มีเหตุผลที่ต้องหวาดกลัว เพราะอิหร่านไม่ได้มีศักยภาพทางกองทัพเรือมากพอที่จะคุกคามการเดินเรือได้ พร้อมอ้างว่าสหรัฐฯ เคยทำลายศักยภาพทางเรือของอิหร่านไปแล้วในอดีต
คำกล่าวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดพลังงานโลกกำลังจับตาสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเหตุการณ์โจมตีเรือพาณิชย์ในพื้นที่ได้สร้างความผันผวนต่อราคาน้ำมันและความมั่นคงของเส้นทางขนส่งพลังงานระหว่างประเทศ
ผู้ประกอบการเดินเรือเรียกร้องกองทัพสหรัฐคุ้มกันเส้นทาง
แม้ทรัมป์จะส่งสัญญาณสนับสนุนให้เดินเรือผ่านพื้นที่ดังกล่าว แต่ผู้บริหารในอุตสาหกรรมการเดินเรือกลับแสดงความกังวลด้านความปลอดภัย โดยหลายบริษัทได้เรียกร้องให้กองทัพเรือสหรัฐจัดกำลังเรือรบคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมสหรัฐ หรือ เพนตากอน ยังไม่ตอบรับข้อเสนอดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าภารกิจคุ้มกันในพื้นที่ที่มีความตึงเครียดสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารโดยตรง
ท่าทีดังกล่าวสะท้อนถึงความระมัดระวังของกองทัพสหรัฐที่ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการคุ้มครองเส้นทางพลังงานสำคัญกับความเสี่ยงที่จะทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งลุกลามกลายเป็นการปะทะกันขนาดใหญ่
สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซตึงเครียด เรือถูกโจมตีต่อเนื่อง
ข้อมูลจาก United Kingdom Maritime Trade Operations (UKMTO) ระบุว่า นับตั้งแต่ความขัดแย้งในภูมิภาคเริ่มต้นเมื่อราวสองสัปดาห์ก่อน มีเรือพาณิชย์หลายประเภทอย่างน้อย 16 ลำ ถูกโจมตีในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงอย่างอ่าวอาหรับและอ่าวโอมาน
รายงานยังระบุว่า การโจมตีล่าสุดในช่วงต้นสัปดาห์นี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยหนึ่งราย และสามารถช่วยเหลือลูกเรือได้ 38 คน สะท้อนถึงระดับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อการเดินเรือในภูมิภาค
สถานการณ์ยิ่งทวีความตึงเครียดมากขึ้น หลังอิหร่านประกาศปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ภายหลังการโจมตีทางทหารร่วมกันของสหรัฐและอิสราเอลต่อเป้าหมายในอิหร่านเมื่อเกือบสองสัปดาห์ก่อน
ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นเลือดใหญ่ของพลังงานโลก
ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดของโลก เนื่องจากเป็นจุดผ่านหลักของการขนส่งน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางไปยังตลาดโลก โดยมีปริมาณน้ำมันประมาณหนึ่งในห้าของการค้าพลังงานทั่วโลกต้องผ่านเส้นทางนี้
ด้วยความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ดังกล่าว เหตุการณ์ความไม่สงบหรือการปิดเส้นทางในพื้นที่ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมัน ตลาดพลังงาน และเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง
ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานระบุว่า หากการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงเผชิญความเสี่ยงต่อเนื่อง อาจทำให้ต้นทุนการขนส่งพลังงานเพิ่มสูงขึ้น และสร้างแรงกดดันต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก


