ตัวเลขจำนวนชาวอเมริกันที่ขอรับสวัสดิการว่างงานใหม่รายสัปดาห์ลดลงต่ำสุดในรอบหนึ่งเดือน บ่งชี้ว่าตลาดแรงงานยังคงอยู่ตัว ค่าจ้างยังเติบโตสูง เสริมยอดค้าปลีกโตขึ้น 1% ในเดือนกรกฎาคม จากที่ตกลง 0.2 % ในเดือนมิถุนายน
วันที่ 16 สิงหาคม 2024 รอยเตอร์ส (Reuters) รายงานว่า ยอดขอรับสวัสดิการว่างงานใหม่รายสัปดาห์ของชาวอเมริกันตกลงต่ำสุดในรอบหนึ่งเดือน บ่งชี้ว่าตลาดแรงงานยังคงชะลอตัวอย่างเป็นระเบียบ และตลาดการเงินที่กำลังคึกคักหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (FED) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้าลง 50 basis point
ข้อมูลต่าง ๆ ที่ออกมาในวันที่ 15 สิงหาคมแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงยืดหยุ่น ซึ่งยอดค้าปลีกในเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 1 ถึงครึ่งปีที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคมปีก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม หลังจากอัตราการว่างงานในเดือนกรกฎาคม พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี แตะระดับ 4.3% ส่งผลให้นักลงทุนต่างหวาดกลัวว่าเศรษฐกิจสหรัฐ ไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย ก็ใกล้เข้าสู่ภาวะถดถอย แต่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ไม่รู้สึกกังวลตามนักลงทุน
คริสโตเฟอร์ รัปคีย์ (Christopher Rupkey) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของเอฟดับบลิวดีบอนด์ (FWDBONDS) กล่าวว่า เศรษฐกิจไม่ได้กำลังตกต่ำลง ไม่มีหายนะภัยใด ๆ เกิดขึ้นในตลาดแรงงาน จนอาจต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงถึง 50 basis point
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขที่ปรับค่าตามฤดูกาลแล้วว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ 4-10 สิงหาคม จำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานลดลง 7,000 ราย เหลือ 227,000 ราย ลดลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในแบบสำรวจความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์โดยรอยเตอร์ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานอยู่ที่ 235,000 ราย ในช่วงเวลาดังกล่าว
ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการลดลงเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ติดต่อกันนี้ไปช่วยลดจำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการรายใหม่ในปลายเดือนกรกฎาคม ซึ่งมีจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 11 เดือน ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการปิดโรงงานประกอบรถยนต์ชั่วคราว และภาวะชะงักงันที่เกิดจากพายุเฮอริเคนเบอริล (Beryl) ในรัฐเท็กซัส
เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า จำนวนที่ยังไม่ได้ปรับค่าของผู้ยื่นขอสวัสดิการลดลง 4,500 ราย เหลือ 199,530 ราย โดยลดลงอย่างมากในรัฐแคลิฟอร์เนีย เท็กซัส และแมสซาชูเซตส์
การเลิกจ้างยังคงอยู่ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ เนื่องด้วยภาคธุรกิจปรับลดการจ้างงานลง รวมถึงอุปทานแรงงานที่พุ่งขึ้นจากการอพยพ และอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นมา 525 basis point ของธนาคารกลางตลอดปี 2022 และ 2023 ก็กำลังเหนี่ยวรั้งอุปสงค์แรงงาน จึงเป็นสาเหตุให้ตลาดแรงงานชะลอตัว
ตามเครื่องมือ เฟดวอตช์ (FedWatch) เครื่องมือเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวธนาคารกลางสหรัฐของซีเอ็มอีกรุ๊ป (CME Group) ระบุว่า ตลาดการเงินปรับลดโอกาสที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงครึ่งเปอร์เซ็นต์ในการประชุมนโยบายของเฟดในวันที่ 17-18 กันยายน จากเดิม 41.5% ก่อนมีการเปิดเผยข้อมูล และพบว่ามีโอกาส 72.5% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 25 basis point เพิ่มขึ้นจาก 58.5% ก่อนหน้านี้ เฟดยังคงอัตราดอกเบี้ยระยะข้ามคืน (overnight interest rate) ในช่วงอัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน 5.25%-5.50% เป็นเวลา 1 ปี
คริส แซกคาเรลลี (Chris Zaccarelli) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ อินดิเพนเดนต์ แอดไวเซอร์ อลิอันซ์ (Independent Advisor Alliance) กล่าวว่า หากเศรษฐกิจมีความยืดหยุ่นต่อเนื่อง ร่วมกับเงินเฟ้อที่ชะลอตัวด้วยแล้ว เฟดก็สามารถเริ่มวงจรการลดอัตราดอกเบี้ยได้ โดยไม่ทำให้เศรษฐกิจถดถอย ซึ่งในประวัติศาสตร์ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า นี่เป็นสภาพแวดล้อมเชิงบวกต่อตลาดหุ้นอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทต่าง ๆ พากันเลิกจ้าง ส่งผลให้พนักงานที่ถูกเลิกจ้างหางานใหม่ได้ยากขึ้น รายงานการยื่นคำร้องขอสวัสดิการระบุว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการเมื่อปรับตามฤดูกาลในช่วงสัปดาห์ 28 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม ลดลง 7,000 ราย เหลือ 1.864 ล้านราย โดยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการอย่างต่อเนื่องดังกล่าว ใกล้เคียงกับระดับในช่วงปลายปี 2021
ยอดขายปลีกเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของค่าจ้างที่ยังคงสูงอยู่ในตลาดแรงงาน ช่วยหนุนการใช้จ่ายของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง อ้างอิงจากรายงานอีกฉบับของสำนักงานสำมะโนประชากร กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่ายอดขายปลีกโตขึ้น 1.0% ในเดือนกรกฎาคม ถือเป็นการเพิ่มมากสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2023 หลังจากมีการปรับลดลง 0.2% ในเดือนมิถุนายน
ในเดือนกรกฎาคม ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคมปีก่อน (YOY) มาจากภาวะเงินเฟ้อที่ลดลง ผู้บริโภคล่าสินค้าลดราคาและหันไปซื้อสินค้าราคาถูกแทน ส่งผลให้การใช้จ่ายยังคงดำเนินต่อไป สำหรับปัจจัยรายได้ของประชาชน กรณี รายได้ของตัวแทนจำหน่ายรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ฟื้นตัวขึ้น 3.6% พลิกกลับจากการลดลง 3.4% ในเดือนมิถุนายน ซึ่งโทษว่าการโจมตีทางไซเบอร์เป็นสาเหตุให้ยอดตกลง
ยอดขายร้านค้าออนไลน์เพิ่มขึ้น 0.2% หลังจากพุ่งขึ้น 2.2% ในเดือนมิถุนายน ยอดขายที่สถานีบริการน้ำมันเพิ่มขึ้น 0.1% ส่วนยอดขายร้านค้าวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์สวนเพิ่มขึ้น 0.9% ยอดขายจากร้านอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นภาคบริการหนึ่งเดียวในรายงาน เพิ่มขึ้น 0.3% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนมิถุนายน
อ่านข่าวต้นฉบับ: สหรัฐค้าปลีกสดใส คลายกังวลเศรษฐกิจถดถอย