หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐรวมถึงกระทรวงกลาโหม นาซ่าให้เงินทุนการวิจัยที่นำไปสู่การจดสิทธิบัตรกว่า 1,000 ฉบับ แก่นักประดิษฐ์ในจีนตั้งแต่ปี 2010 เกิดคำถามผลประโยชน์ที่สหรัฐได้รับนั้นไม่ยุติธรรม ยิ่งมีเสียงเรียกร้องยกเลิกข้อตกลงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระหว่างสองชาติ
วันที่ 29 สิงหาคม 2024 รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า กระทรวงกลาโหม องค์การนาซ่า และหน่วยงานรัฐบาลอื่นๆ ของสหรัฐจัดสรรเงินทุนให้กับการวิจัยที่นำไปสู่การจดสิทธิบัตรในสหรัฐ มากกว่า 1,000 ฉบับสำหรับนักประดิษฐ์ในจีนตั้งแต่ปี 2010 ซึ่งรวมถึงในสาขาที่มีความละเอียดอ่อน เช่น เทคโนโลยีชีวภาพและเซมิคอนดักเตอร์
ข้อมูลจากหน่วยงานสิทธิบัตรสหรัฐ ระบุว่า ข้อมูลสิทธิบัตรสหรัฐดังกล่าวจะยิ่งทำให้มีเสียงเรียกร้องให้ยกเลิกหรือเจรจาข้อตกลงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐและจีนครั้งใหม่ หรือ U.S.-PRC Science and Technology Agreement (STA) ซึ่งเป็นข้อตกลงความร่วมมือที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นประโยชน์ต่อจีน คู่แข่งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐเสียมากกว่า
ข้อมูลดังกล่าวมาจากการที่สำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าสหรัฐ (The U.S. Patent and Trademark Office) จัดเตรียมข้อมูลข้างต้นให้คณะกรรมการด้านจีนของสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเดือนสิงหาคมนี้ โดยในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สำนักงานฯสอบถามหน่วยงานว่า เงินทุนจากสหรัฐส่งผลให้จีนประสบความสำเร็จหรือไม่ โดยมุ่งเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่ทางหน่วยงานมองว่า การต่ออายุข้อตกลงดังกล่าวเป็นความเสี่ยง ทั้งนี้ การขยายเวลาออกไปอีก 6 เดือนครั้งล่าสุด หมดอายุแล้ว เมื่อวันอังคารที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา และอาจมีการต่ออายุในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งสองฝ่ายกำลังหาทางเจรจาเงื่อนไขกันอยู่ในขณะนี้
ตั้งแต่ปี 2010 จนถึงไตรมาสแรกของปี 2024 หน่วยงานได้อนุมัติสิทธิบัตร 1,020 ฉบับ ซึ่งทั้งสองฉบับได้รับเงินทุนอย่างน้อยบางส่วนจากรัฐบาลสหรัฐและใช้นักประดิษฐ์อย่างน้อยหนึ่งคนที่อาศัยอยู่ในจีน ทั้งนี้ ข้อมูลไม่ได้ระบุในรายละเอียดว่า หน่วยงานหรือบุคคลในสหรัฐร่วมกันใช้สิทธิบัตรหรือไม่
สิทธิบัตรดังกล่าวรวมถึง 197 ฉบับในอุตสาหกรรมยาและ 154 ฉบับในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งทั้งสองฉบับเป็นอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์สำหรับจีนและสหรัฐฯ เงินทุนจากหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ต่างๆ สนับสนุนการวิจัยดังกล่าว ส่งผลให้มีสิทธิบัตร 92 ฉบับผ่านเงินทุนของกระทรวงกลาโหม 175 ฉบับ จากเงินของกระทรวงพลังงาน และ 4 ฉบับจากเงินสนับสนุนทางการเงินขององค์การนาซ่า หน่วยงานอวกาศสหรัฐ ซึ่งเจอข้อห้ามตามกฎหมายของสหรัฐไม่ให้ร่วมมือกับจีนหรือบริษัทจีน เงินทุนจากกระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ได้ผลิตสิทธิบัตรดังกล่าวออกมา 356 ฉบับ ซึ่งมากที่สุดเมื่อเทียบกับหน่วยงานอื่นๆ
“ช่างน่าตกใจที่ผู้เสียภาษีของสหรัฐ ให้ทุนโดยไม่ตั้งใจแก่สิทธิบัตรมากกว่า 1,000 ฉบับที่อ้างสิทธิโดยนิติบุคคลจีน โดยที่กระทรวงกลาโหมคิดเป็นเกือบ 100 ฉบับจากทั้งหมด” จอห์น มูเลนาร์ ประธานคณะกรรมการด้านจีนของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ กล่าว
ข้อมูลที่หน่วยงานสิทธิบัตรมอบให้กับคณะกรรมการสภาผู้แทนราษฎรในหนังสือลงวันที่ 14 ส.ค. ไม่ได้เปิดเผยโครงการหรือสิทธิบัตรเฉพาะเจาะจง ไม่มีการบ่งชี้ว่าเงินทุนดังกล่าวเป็นผลโดยตรงจากข้อตกลง ซึ่งหลังจากการลงนามในปี 1979 วางรากฐานสำหรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของการแลกเปลี่ยนทางวิชาการและเชิงพาณิชย์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน สิทธิบัตรครอบคลุมถึงความก้าวหน้าในสาขาต่างๆ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ เคมีโมเลกุลและพอลิเมอร์ วิศวกรรมเคมี นาโนเทคโนโลยี และเทคโนโลยีทางการแพทย์
สิทธิบัตรดังกล่าวลดลงจากระดับสูงสุดประจำปีในปี 2019 จาก 99 ฉบับ เหลือ 61 ฉบับในปี 2023 และ ในไตรมาสแรกของปี 2024 มี16 ฉบับ แม้ว่ารัฐบาลสหรัฐจะกังวลมากขึ้นว่า ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีนเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ
ข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสหรัฐและจีนที่เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นพลังในการสร้างเสถียรภาพในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีน กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสมาชิกรัฐสภาที่กังวลเกี่ยวกับอำนาจทางทหารที่เพิ่มขึ้นของจีนและการขโมยทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐ แต่ผู้สนับสนุนการต่ออายุข้อตกลงโต้แย้งว่า การยุติข้อตกลงจะขัดขวางความร่วมมือทางวิชาการและเชิงพาณิชย์ และป้องกันไม่ให้สหรัฐเรียนรู้เกี่ยวกับความก้าวหน้าทางเทคนิคของจีนไปด้วย
สิทธิบัตรจีนจากสำนักงานสิทธิบัตรของสหรัฐนี้ เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของสิทธิบัตรระดับโลกของจีน ทั้งนี้ สิทธิบัตรให้สิทธิทางกฎหมายแต่เพียงผู้เดียวแก่ผู้ประดิษฐ์ แต่ยังเปิดเผยข้อมูลทางเทคนิคเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์เหล่านั้นต่อสาธารณะด้วยได้ และถือเป็นเกณฑ์การวัดนวัตกรรมระดับโลกอย่างหนึ่ง ซึ่งจีนแซงสหรัฐขึ้นเป็นประเทศผู้ยื่นคำขอสิทธิบัตรชั้นนำของโลกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
อ่านข่าวต้นฉบับ: เกิดคำถาม? รัฐบาลสหรัฐ ให้เงินทุนนักวิจัยในจีน คู่แข่งหมายเลข 1 แต่จีนได้อ้างสิทธิบัตรกว่า 1,000 ฉบับ