อุตสาหกรรม PCB ร้อนแรง หลายประเทศเทเงินหนุนแย่งชิงการผลิต

แผงวงจรพิมพ์ (Print Circuit Board : PCB) เป็นอีกอุตสาหกรรมอนาคตไกล ที่คาดว่าจะเติบโตอย่างรวดเร็วในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เพราะเป็นส่วนประกอบสำคัญของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน แท็บแลต คอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นเกม ไปจนถึงอากาศยาน ซึ่งดีมานด์อุปกรณ์เหล่านี้มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การศึกษาของ เพรเซเดนซ์ รีเสิร์ช (Precedence Research) ซึ่งศึกษาคาดการณ์ตลาดช่วงปี 2024-2033 คาดว่า ในปี 2024 ตลาด PCB ทั่วโลกจะมีมูลค่า 91,790 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.079 ล้านล้านบาท) และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 152,460 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5.114 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2033 โดยมีอัตราการเติบโตแบบทบต้น (CAGR) 5.80% ต่อปี ในช่วงปี 2024-2033

ในปัจจุบัน ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกมีอำนาจเหนืออุตสาหกรรม PCB ทั้งในแง่การผลิตและการใช้งาน โดยเป็นฐานการผลิตที่ครองส่วนแบ่งยอดขาย 47.14% ในปี 2023 เนื่องจากมีผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์หรือชิปหลายรายอยู่ในภูมิภาคนี้ ความต้องการใช้งานแผงวงจรพิมพ์ในภูมิภาคนี้จึงมากขึ้นตามไปด้วย อีกทั้งยังได้แรงหนุนจากการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะมากขึ้นในหลายประเทศ เช่น จีน อินเดีย และญี่ปุ่น

ขนาดตลาด PCB ในเอเชีย-แปซิฟิกอยู่ที่ 40,900 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.370 ล้านล้านบาท) ในปี 2023 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 73,940 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.480 ล้านล้านบาท) ในปี 2033 โดยมีอัตราการเติบโตแบบทบต้น (CAGR) 6.10% ต่อปี ในช่วงปี 2024-2033

นอกจากนั้น เพรเซเดนซ์คาดว่า อีกภูมิภาคหนึ่งที่จะมีการเติบโตของตลาด PCB อย่างรวดเร็วมาก คือ อเมริกาเหนือ เนื่องจากความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

ด้วยโอกาสที่มีอยู่มหาศาลในอุตสาหกรรมนี้ จึงมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดระหว่างรัฐบาลของหลายประเทศที่พยายามทุ่มงบประมาณและออกกลยุทธ์การส่งเสริม เพื่อดึงการผลิตไว้ในประเทศของตน

สหรัฐอเมริกามีการออกกฎหมายสนับสนุนอุตสาหกรรม PCB ในประเทศ โดยมีโครงการให้เงินช่วยเหลือหลายระดับ และให้เครดิตภาษี 25% สำหรับการซื้อและจัดหาซัพพลาย PCB ที่ผลิตในประเทศ นอกจากนั้นมีการใช้งบประมาณของกระทรวงกลาโหม 50 ล้านดอลลาร์ ส่งเสริมการผลิตบรรจุภัณฑ์ชิปและ PCB ขั้นสูง สำหรับใช้งานในด้านการป้องกันประเทศด้วย

อินเดียมีโครงการที่รัฐบาลให้ทุนสนับสนุนการผลิตในท้องถิ่น รวมถึงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมนำเข้า PCB อัตรา 10% ภายใต้วิสัยทัศน์ “อาตมนิรภัร ภารัต” (Atmanirbhar Bharat) ซึ่งหมายถึง “การพึ่งพาตนเอง”

ส่วนจีน ประเทศที่ผลิตและส่งออก PCB มากที่สุดในโลก มีการให้เงินสนับสนุนการผลิต โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ “เมด อิน ไชน่า 2025” (Made in China 2025)

แคนาดาก็มีโครงการให้เงินสนับสนุนอุตสาหกรรม PCB มูลค่า 52 ล้านดอลลาร์

ประเทศไทยเราเองก็มีมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อดึงดูดผู้ผลิต PCB ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทที่ต้องการย้ายฐานการผลิตออกจากจีน และในช่วง 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา ไทยได้เห็นการลงทุนผลิต PCB เติบโตขึ้นจากช่วงปีก่อนหน้าหลายเท่า

ประเด็นที่น่าสนใจ คือ แม้ว่าเอเชีย-แปซิฟิกจะเป็นผู้นำการผลิต โดยมีจีนเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออก PCB มากที่สุดในโลก ที่ถือครองส่วนแบ่งการผลิตอยู่ราว 50% ของการผลิตทั้งหมดในโลก แต่สหรัฐยังคงเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยี การผลิต PCB ของสหรัฐเป็นการผลิต PCB ขั้นสูง ที่ทำให้มีรายได้ต่อหน่วยและอัตรากำไรสูงกว่าการผลิตของฝั่งเอเชีย โดยสหรัฐครองส่วนแบ่งรายได้ 27.41% ของรายได้รวมในอุตสาหกรรม ขณะที่ผู้ผลิตในเอเชีย-แปซิฟิกที่ผลิตมากกว่ากลับมีรายได้รวมกันแค่ 47.14%

นับว่าเป็นโจทย์สำคัญที่ผู้ผลิต PCB ฝั่งเอเชีย-แปซิฟิกต้องแก้โจทย์ให้ได้ว่าจะยกระดับเทคโนโลยี PCB ของตนอย่างไรให้มีมูลค่าสูงขึ้น 

อ่านข่าวต้นฉบับ: อุตสาหกรรม PCB ร้อนแรง หลายประเทศเทเงินหนุนแย่งชิงการผลิต

รัฐบาลอิ๊งค์ กุม 317 เสียง ปิดสวิตช์บิ๊กป้อม ประชาธิปัตย์พรรคแตก

อภิสิทธิ์ วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยง เมื่อ ทักษิณ กลับมามีบทบาท