อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสหรัฐเดือนสิงหาคม 2024 อยู่ที่ 2.5% ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2021 ที่รัสเซียบุกยูเครน แต่ CPI ยังเพิ่ม 0.2% จากเดือนก่อนหน้า ตลาดเพิ่มน้ำหนักคาดการณ์ว่าเฟดจะหั่นดอกเบี้ยเพียง 0.25%
วันที่ 11 กันยายน 2024 เวลา 08.30 น. ตามเวลากรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ซึ่งตรงกับเวลา 19.30 น. เวลาไทย สำนักงานสถิติแรงงาน กระทรวงแรงงาน สหรัฐอเมริกา เผยแพร่ตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนสิงหาคม 2024 ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อ และเป็นข้อมูลสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจนโยบายการเงินของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด (Fed)
ข้อมูลที่เผยแพร่ออกมาระบุว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนสิงหาคม 2024 เพิ่มขึ้น 2.5% จากเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า (YOY) ซึ่งหมายถึงอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของสหรัฐในเดือนสิงหาคม 2024 อยู่ที่ 2.5% ชะลอลงเล็กน้อยจากอัตราของเดือนกรกฎาคมซึ่งอยู่ที่ 2.9% และเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ระดับ 1.7% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 ซึ่งเป็นเดือนที่รัสเซียบุกยูเครน ส่งผลให้ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้นหลังจากนั้น
และเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า (MOM) ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนสิงหาคม 2024 เพิ่มขึ้น 0.2% จากเดือนก่อนหน้า
ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานในเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 3.2% จากเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า (YOY) กล่าวคือ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 3.2% คงที่เเท่ากับอัตราของเดือนกรกฎาคม และเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า (MOM) ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 0.3%
ทั้งนี้ หมวดสินค้าที่ราคา/ค่าบริการเพิ่มขึ้นมากที่สุดคือ ค่าบริการขนส่งและการเดินทางที่เพิ่มขึ้น 7.9% (YOY) และ 0.4% (MOM) รองลงมาคือค่าที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น 5.1% (YOY) และ 0.9% (MOM)
หมวดสินค้าที่มีน้ำหนักในการทำให้ดัชนีราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้นมากที่สุดเมือเทียบกับเดือนก่อนหน้าคือ ดัชนีราคาที่พักอาศัย (ค่าเช่าบ้าน) ที่เพิ่มขึ้น 0.5% จากเดือนก่อนหน้า
ส่วนหมวดสินค้าที่ราคาลดลงมากที่สุดคือ หมวดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลง 12.1% (YOY) รองลงมาคือรถยนต์มือสองและรถบรรทุกมือสองที่ดัชนีราคาลดลง 10.3%
อัตราเงินเฟ้อที่ออกมาส่งผลให้ตลาดปรับเพิ่มน้ำหนักคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะหั่นดอกเบี้ยเพียง 0.25% ในการประชุมวันที่ 17-18 กันยายนนี้ โดย ณ เวลา 19.55 น. วันที่ 11 กันยายน หลังทราบอัตราเงินเฟ้อ FedWatch Tool ของ CME บ่งชี้ว่า ตลาดให้น้ำหนัก 85% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ย 0.25% และให้น้ำหนัก 15% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมวันที่ 17-18 กันยายนนี้ เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า (10 กันยายน) ที่ตลาดให้น้ำหนัก 66% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ย 0.25% และให้น้ำหนัก 34% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ย 0.50%

