กระทรวงยุติธรรมสหรัฐเตรียมฟ้อง “วีซ่า” ผูกขาดตลาดบัตรเดบิตในสหรัฐอเมริกา หลังสอบสวนตั้งแต่ปี 2021 พบพฤติกรรมในลักษณะต่อต้านการแข่งขันและสกัดไม่ให้คู่แข่งเข้าตลาด
วันที่ 24 กันยายน 2024 บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐโดยแผนกต่อต้านการผูกขาดเตรียมยื่นการฟ้องร้องดำเนินคดี บริษัท วีซ่า (Visa Inc.) ผู้ให้บริการเครือข่ายการชำระเงินสัญชาติสหรัฐ ในข้อกล่าวหาผูกขาดตลาดบัตรเดบิตในสหรัฐโดยมิชอบด้วยกฎหมาย คาดว่าจะยื่นฟ้องต่อศาลของรัฐบาลกลางโดยเร็วที่สุดภายในวันนี้ (24 กันยายน) ตามเวลาท้องถิ่น
แหล่งข่าวผู้ไม่ประสงค์ให้ออกนามระบุอีกว่า เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายป้องกันการผูกขาดตลาดกำลังเตรียมที่จะกล่าวหาวีซ่า ผู้ให้บริการเครือข่ายการชำระเงินรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐได้ดำเนินการกีดกันคู่แข่งไม้ให้สามารถแข่งขันหรือท้าทายการครองตลาดบัตรเดบิตของตน หลังพบวีซ่ามีพฤติกรรมเป็นภัยต่อการแข่งขันหลายอย่าง
ข้อกล่าวหาของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐรวมถึงการที่วีซ่าทำข้อตกลงแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่มุ่งหมายจะขัดขวางการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นและสกัดกั้นความพยายามของหลายบริษัทเทคโนโลยีที่จะเข้าสู่ตลาดบัตรเดบิตของสหรัฐ
หลังจากมีข่าวจะโดนฟ้อง หุ้น V ของวีซ่าที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ร่วงลงมากถึง 1.95% ในการซื้อขายช่วงหลังปิดตลาดวันจันทร์ที่ 23 กันยายน
ขณะนี้วีซ่าและกระทรวงยุติธรรมยังปฏิเสธที่จะให้ความเห็น
การยื่นฟ้องร้องดำเนินคดีของกระทรวงยุติธรรมดังกล่าวถือเป็นจุดสิ้นสุดของการสอบสวนแนวปฏิบัติในการดำเนินธุรกิจของวีซ่าที่กินเวลานานหลายปี ซึ่งการสอบสวนนี้เกิดจากกรณีที่วีซ่าล้มเหลวในการเข้าซื้อกิจการบริษัท เพลด (Plaid Inc.) ซึ่งทำธุรกิจให้บริการโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน เมื่อปี 2021
ในระหว่างการดำเนินการสอบสวน กระทรวงยุติธรรมยังตรวจสอบโครงสร้างทางราคาของเทคโนโลยีการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเค็น (Tokenization) ในการที่วีซ่าให้บริการโทเค็นการชำระเงินด้วย
เมื่อปีก่อนหน้านี้ บริษัท มาสเตอร์การ์ด (Mastercard Inc.) คู่แข่งทางธุรกิจของวีซ่าได้ตกลงจ่ายเงินระงับคดีที่คล้ายกันนี้ ซึ่งมุ่งตรวจสอบเทคโนโลยี Tokenization ของมาสเตอร์การ์ด โดยคณะกรรมการการค้าแห่งสหพันธรัฐ (FTC) ซึ่งเป็นอีกหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายต่อต้านการผูกขาดเป็นผู้ยื่นฟ้องร้องดำเนินคดี
ข้อมูล/ภาพ : ประชาชาติธุรกิจ

