แบงก์ชาติจีนลดดอกเบี้ย MLF ระยะ 1 ปี และถอนสภาพคล่องออกจากระบบ 291,000 ล้านหยวน (ประมาณ 1.35 ล้านล้านบาท) ดันใช้สินเชื่อระยะสั้น ปฏิรูปนโยบายการเงินให้มีอัตราดอกเบี้ยนโยบายหลักตัวเดียว
วันที่ 25 กันยายน 2024 บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ธนาคารประชาชนจีน (People’s Bank of China : PBOC) ซึ่งเป็นธนาคารกลางของจีนปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะ 1 ปี ซึ่งถือว่าเป็นระยะกลาง (MLF) ลงพร้อมถอนสภาพคล่อง 291,000 ล้านหยวน (ประมาณ 1.35 ล้านล้านบาท) ออกจากระบบธนาคารที่ให้ผ่านเงินกู้ระยะกลาง (MLF) ซึ่งถือเป็นการระบายเงินออกจากระบบครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่เดือนธันวาคม 2021 ในขณะที่กำลังเปลี่ยนไปใช้เครื่องมือสินเชื่อระยะสั้นในการปฏิรูปกรอบนโยบายการเงิน
การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เมื่อวันอังคารที่ 24 กันยายน พาน กงเซิ่ง (Pan Gongsheng) ผู้ว่าการ PBOC ได้ประกาศว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.30% และเปิดเผยแผนที่จะเพิ่มสภาพคล่องระยะยาว 1 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 4.65 ล้านล้านบาท) พร้อมกับประกาศลดอัตราส่วนเงินสำรองขั้นต่ำ (Required Reserve Ratio : RRR) ของธนาคารพาณิชย์ลง 50 เบซิสพอยต์ (0.50%) เมื่อวันอังคาร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก
ทั้งนี้ ธนาคารกลางจีนได้ลดบทบาทของ MLF ในฐานะอัตราดอกเบี้ยนโยบายหลักลง ในขณะที่ต้องการเปลี่ยนไปใช้อัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตรระยะ 7 วัน หรือ Reverse Repo ระยะ 7 วัน เป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายหลัก ตามที่ผู้ว่าการธนาคารกลางจีนเคยส่งสัญญาณไว้เมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้ และคาดว่าหลังจากนี้เงินกู้ MLF ที่จะค่อย ๆ ถูกแทนที่โดยเครื่องมืออื่น ๆ เช่น การปรับลด RRR
กรอบนโยบายการเงินใหม่นี้จะช่วยให้ธนาคารกลางจีนมีอิทธิพลต่อต้นทุนการกู้ยืมในตลาดอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเป็นการปรับให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติทั่วโลก
ฟรานเชส เฉิง (Frances Cheung) หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและอัตราดอกเบี้ยของ โอซีบีซี หรือโอเวอร์ซีส์-ไชนีส แบงกิ้ง คอร์ป (Oversea-Chinese Banking Corp.) กล่าวว่า เมื่อมองไปข้างหน้า ยังมีพื้นที่สำหรับการแทนที่การเสริมสภาพคล่องผ่านสินเชื่อระยะกลาง (MLF) โดยการเสริมสภาพคล่องที่เกิดจากการปรับลด RRR ต่อไป เนื่องจาก MLF จำนวนมากจะครบกำหนดชำระในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
เธอกล่าวอีกว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะเวลา 1 ปีในวันนี้ เป็นการทำให้เครื่องมือสินเชื่อของธนาคารกลางมีความสอดคล้องกับต้นทุนทางการเงินในตลาดระหว่างธนาคาร (Interbank market) มากขึ้น
ข้อมูล/ภาพ : ประชาชาติธุรกิจ

