ไบเดน ผู้นำสหรัฐยอมรับว่าสหรัฐกำลังหารือกับอิสราเอล และบอกว่าอิสราเอลอาจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของอิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งขึ้น 5% ทันทีหลังจากคำพูดดังกล่าว ด้านสื่อเผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นความเสียหายที่ฐานทัพอากาศอิสราเอลที่ถูกอิหร่านโจมตี
วันที่ 4 ตุลาคม 2024 บลูมเบิร์ก (Bloomberg) และ บีบีซี (BBC) รายงานว่า โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวว่า ทางสหรัฐกำลังหารือกับอิสราเอลถึงความเป็นไปได้ที่อิสราเอลจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของอิหร่าน
เมื่อถูกถามว่าจะสนับสนุนการโจมตีดังกล่าวหรือไม่ นายไบเดนกล่าวว่า “เรากำลังหารือเรื่องนั้นอยู่ ผมคิดว่านั่นคงจะ… อยู่ดี” ทั้งนี้ คำพูดดังกล่าวที่หลุดออกมาของไบเดน ขณะเดินออกจากทำเนียบขาวไม่ได้แสดงให้เห็นถึงจุดยืนของรัฐบาลสหรัฐอย่างชัดเจน ก่อนหน้านี้ไบเดนเคยกล่าวว่าเขาจะไม่สนับสนุนการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่านของอิสราเอล
ความเสียหายของฐานทัพอากาศเนวาติมของอิสราเอล หลังถูกอิหร่านระดมยิงจรวดโจมตี ถ่ายเมื่อ 2 ตุลาคม (ภาพรอยเตอร์ผ่านทางแพลนเน็ต แล็บ และเอพี)
ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงพุ่งขึ้น 5% ทันทีหลังจากคำพูดดังกล่าว และในขณะนี้เพิ่มขึ้นแล้ว 10% นับตั้งแต่อิหร่านระดมยิงขีปนาวุธราว 200 ลูกโจมตีอิสราเอลเมื่อคืนวันอังคารที่ 1 ตุลาคม ซึ่งเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลกล่าวว่าอิหร่าน “จะต้องชดใช้ในราคาที่แพง” สำหรับการโจมตี
ด้านเอพี (AP) เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นความเสียหายที่ฐานทัพอากาศเนวาติมของอิสราเอล หนึ่งในเป้าหมายที่ถูกอิหร่านโจมตี ซึ่งอิหร่านกล่าวว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นการตอบโต้ต่อการสังหารอิสมาอิล ฮานิเยห์ ผู้นำทางการเมืองของกลุ่มฮามาส ฮัสซัน นัสรอลเลาะห์ ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และพลจัตวาอับบาส นิลโฟรูชาน ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC)
นายไบเดนกล่าวกับผู้สื่อข่าวอีกว่า เขาไม่คาดหวังว่าอิสราเอลจะเปิดฉากตอบโต้ในวันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม ตามเวลาท้องถิ่น เมื่อถูกถามขณะเดินออกออกจากทำเนียบขาวว่า สหรัฐมีแผนอะไรที่จะอนุญาตให้อิสราเอลโจมตีอิหร่าน ไบเดนกล่าวตอบว่า “ก่อนอื่นเลย เราไม่อนุญาตอิสราเอล แต่เราให้คำแนะนำแก่อิสราเอล และไม่มีอะไรจะเกิดขึ้นในวันนี้”
รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐเชื่อว่าอิสราเอลยังคงอยู่ระหว่างการตัดสินใจให้แน่ชัดลงไปว่าจะทำอะไร
ก่อนหน้านี้ นายไบเดนกล่าวว่าสหรัฐไม่สนับสนุนการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน ดังเช่นที่นักการเมืองในอิสราเอลเรียกร้อง รวมถึงนายนาฟตาลี เบนเน็ตต์ อดีตนายกรัฐมนตรีอิสราเอลกล่าวอ้าง โดยเบนเน็ตต์ให้เหตุผลว่า การโจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่านอาจช่วยเปลี่ยนโฉมหน้าของตะวันออกกลางและทำลายระบอบการก่อการร้ายนี้ให้หมดสิ้นไป
สื่อท้องถิ่นของอิสราเอลรายงานอ้างเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่า อิสราเอลมีแผนที่จะโจมตีโรงงานน้ำมันของอิหร่านก่อน และต่อมาหากอิหร่านตอบโต้ อิสราเอลจะโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน
บีบีซีรายงานอีกว่า พลตรีโมฮัมหมัด บาเกรี เสนาธิการกองทัพอิหร่านกล่าวผ่านทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐเมื่อ 2 ตุลาคมว่า อิหร่านจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทั่วทั้งประเทศอิสราเอล หากอิสราเอลตอบโต้
การโจมตี “จะเกิดขึ้นซ้ำอีกด้วยความเข้มข้นที่มากขึ้น และโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดของอิสราเอลจะถูกโจมตี” พลตรีบาเกรีกล่าว
ทั้งนี้ ไบเดนปรึกษากับผู้นำประเทศจี 7 (G7) อื่น ๆ ซึ่งเห็นพ้องว่าอิสราเอลมีสิทธิที่จะตอบโต้ แต่ควรตอบโต้ตามสมควร ท่ามกลางความหวาดวิตกต่อความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก ทำให้ตลาดเกิดภาวะตึงเครียด และสิ่งที่น่ากังวลเป็นพิเศษคือ ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นใด ๆ ก็ตาม อาจมีผลไปปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซหรือไม่ ซึ่งมีเรือบรรทุกน้ำมัน 1 ใน 3 และก๊าซแอลเอ็นจีแช่แข็ง 1 ใน 5 ของโลกต้องแล่นผ่านช่องแคบนี้
ข้อมูล/ภาพ : ประชาชาติธุรกิจ


