พรรค กล้าธรรม เปิดเผยบัญชีรายชื่อผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อครบ 100 คน สำหรับการเลือกตั้งทั่วไปที่กำลังจะมาถึง โดยจัดวาง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรค เป็นลำดับที่ 1 ตามด้วย ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ในลำดับที่ 2 และ ปวีณา หงสกุล นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสังคมในลำดับที่ 3 ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศการเมืองที่หลายพรรคทยอยเปิดตัวบัญชีรายชื่อ ส.ส. อย่างคึกคัก รวมถึงกรณีที่ ต๋อง ศิษย์ฉ่อย ตำนานนักสนุกเกอร์ทีมชาติไทย ปรากฏชื่อในบัญชีรายชื่อของพรรครวมไทยสร้างชาติ สะท้อนการแข่งขันดึงบุคคลมีชื่อเสียงเข้าสู่สนามเลือกตั้ง
เปิดโผปาร์ตี้ลิสต์ 100 คน สะท้อนยุทธศาสตร์ “ทีมผสม”
การเปิดบัญชีรายชื่อ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อของพรรคกล้าธรรมครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองถึงแนวทางการทำงานของพรรคที่มุ่งสร้าง “ทีมผสม” จากหลากหลายสายอาชีพ ตั้งแต่นักการเมืองอาชีพ นักวิชาการ อดีตข้าราชการระดับสูง ไปจนถึงตัวแทนจากภาคประชาชนและภาคความมั่นคง
รายชื่อในลำดับต้นของบัญชีรายชื่อ ถูกจัดวางอย่างมีนัยสำคัญ โดยเน้นบุคคลที่มีประสบการณ์และบทบาทสาธารณะสูง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านนโยบาย การบริหาร และการขับเคลื่อนกฎหมายในสภา หากพรรคได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในการเลือกตั้งครั้งหน้า
ดัน “ปวีณา หงสกุล” ตัวแทนภาคประชาชน สู่สภา
การวางชื่อ ปวีณา หงสกุล ไว้ในลำดับที่ 3 ของบัญชีรายชื่อ ส.ส. ถูกมองว่าเป็นการตอกย้ำอุดมการณ์ของพรรคกล้าธรรมในประเด็นการคุ้มครองสังคม สิทธิมนุษยชน และการปกป้องผู้เปราะบาง โดยปวีณาเป็นที่รู้จักในฐานะนักเคลื่อนไหวด้านสังคมที่ทำงานช่วยเหลือผู้เสียหายจากความรุนแรงและการค้ามนุษย์มาอย่างต่อเนื่อง
แหล่งข่าวในพรรคระบุว่า การดึงบุคคลจากภาคประชาชนเข้ามาอยู่ในตำแหน่งสำคัญของบัญชีรายชื่อ เป็นความพยายามเชื่อมโยงการเมืองระดับนโยบายเข้ากับปัญหาจริงในสังคม เพื่อให้เสียงของประชาชนถูกสะท้อนในสภาอย่างเป็นรูปธรรม
รายชื่อหลากหลายสาย ครอบคลุมการเมือง ความมั่นคง และเศรษฐกิจ
นอกจากแกนนำหลักแล้ว บัญชีรายชื่อของพรรคกล้าธรรมยังปรากฏชื่อบุคคลที่มีบทบาทในแวดวงการเมืองและสังคม อาทิ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, นายวิกรม เตชะธีราวัฒน์ และ ดร.เจนจิรา รัตนเพียร รวมถึงอดีตนายทหารและนายตำรวจระดับนายพลหลายราย สะท้อนความตั้งใจของพรรคในการสร้างทีมที่มีประสบการณ์รอบด้าน
ขณะเดียวกัน รายชื่อในลำดับถัดลงมา ครอบคลุมตัวแทนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้ และพื้นที่ชายแดนใต้ รวมถึงคนรุ่นใหม่และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งพรรคมองว่าเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันนโยบายเชิงพื้นที่และการแก้ปัญหาเฉพาะจุดในระดับท้องถิ่น

“ต๋อง ศิษย์ฉ่อย” ก็มา โผล่ปาร์ตี้ลิสต์ รทสช.
ในอีกฟากหนึ่งของสนามการเมือง ความเคลื่อนไหวที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน คือกรณีของ วัฒนา ภู่โอบอ้อม หรือ ต๋อง ศิษย์ฉ่อย ตำนานนักสนุกเกอร์ทีมชาติไทย วัย 55 ปี ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. แบบปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับที่ 48 ของ พรรครวมไทยสร้างชาติ
รายชื่อดังกล่าวถูกเปิดเผยผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ของพรรค และถูกมองว่าเป็นอีกตัวอย่างของยุทธศาสตร์การดึงบุคคลที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในสังคม เข้ามามีบทบาททางการเมือง เพื่อสร้างการรับรู้และขยายฐานผู้สนับสนุนในกลุ่มประชาชนทั่วไป
สัญญาณแข่งขันดึงบุคคลสาธารณะ สู่ศึกเลือกตั้ง
การที่ทั้งพรรคกล้าธรรมและพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดตัวบุคคลจากหลากหลายแวดวง ทั้งนักเคลื่อนไหวด้านสังคมและนักกีฬาระดับตำนาน สะท้อนภาพการแข่งขันทางการเมืองที่เข้มข้นขึ้น โดยแต่ละพรรคพยายามสื่อสารจุดยืน อุดมการณ์ และภาพลักษณ์ ผ่านตัวบุคคลในบัญชีรายชื่อ ส.ส.
ท่ามกลางกระแสการเลือกตั้งที่ใกล้เข้ามา บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคจึงไม่ใช่เพียงรายชื่อผู้สมัคร แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการสะท้อนทิศทางการเมืองและกลุ่มเป้าหมายที่พรรคต้องการเข้าถึง

