พรรคประชาชน แถลงเปลี่ยนตัวผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กรุงเทพมหานคร หลังพบว่า บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ผู้สมัครในพื้นที่บางพลัด–บางกอกน้อย ถูกออกหมายจับในคดีเกี่ยวกับการฟอกเงิน โดย พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรค ระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 29 ธันวาคม หลังทราบว่าตำรวจเข้าตรวจค้นที่พักและพบหมายจับลงวันที่ 17 ธันวาคม พรรคจึงเร่งประชุมตัดสินใจเปลี่ยนตัวผู้สมัคร พร้อมขอโทษประชาชนและยืนยันไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม
พรรคประชาชนรับทราบหมายจับ เร่งตัดสินใจเปลี่ยนตัวผู้สมัคร
พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เปิดเผยว่า ในช่วงเช้าวันเดียวกัน ตนได้ติดต่อผู้สมัครเพื่อเตรียมลงพื้นที่หาเสียงช่วงเทศกาลปีใหม่ แต่ได้รับแจ้งว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นที่พักอาศัย และพบว่ามีหมายจับจากศาลตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน
หลังจากรับทราบข้อมูลดังกล่าว พรรคประชาชนได้หารือร่วมกับคณะกรรมการบริหาร และเห็นตรงกันว่าจำเป็นต้องเร่งเปลี่ยนตัวผู้สมัครในเขตดังกล่าวทันที เพื่อรักษามาตรฐานและความน่าเชื่อถือของพรรคในกระบวนการเลือกตั้ง
กราบขอโทษประชาชน ยอมรับกระบวนการคัดเลือกยังมีข้อบกพร่อง
พิจารณ์ได้กล่าวกราบขอโทษประชาชน โดยเฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตบางพลัด–บางกอกน้อย ยอมรับว่าพรรคยังทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอในการคัดเลือกบุคคลเข้ามาเป็นตัวแทน พร้อมยืนยันว่าพรรคได้พยายามพัฒนากระบวนการคัดสรรผู้สมัครให้รัดกุมยิ่งขึ้น
เขาระบุว่า การคัดเลือกผู้สมัครครั้งนี้ พรรคมีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ตรวจเครดิตบูโร และเปิดเผยรายชื่อผู้สมัครให้ประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและลดความเสี่ยงในการได้ตัวบุคคลที่มีปัญหาเข้าสู่สนามการเมือง
พรรคชี้การออกหมายจับเกิดหลังการตรวจสอบแล้ว
พิจารณ์อธิบายเพิ่มเติมว่า จากการเปิดรับความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ พรรคไม่พบข้อมูลหรือข้อร้องเรียนใดที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาดังกล่าว และการออกหมายจับเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม เป็นช่วงเวลาหลังจากที่พรรคได้ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม พรรคประชาชนยืนยันว่าจะเร่งกระบวนการคัดเลือกผู้สมัครคนใหม่ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย เพื่อให้ทันต่อการรับสมัคร ส.ส. ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคมนี้
ย้ำไม่ก้าวก่ายคดี ปล่อยกระบวนการยุติธรรมทำงาน
กรรมการบริหารพรรคประชาชนย้ำจุดยืนว่า พรรคจะไม่เข้าไปแทรกแซงหรือก้าวก่ายกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากเชื่อว่าการออกหมายจับของเจ้าหน้าที่ต้องผ่านการสืบสวนสอบสวนและมีพยานหลักฐานเพียงพอแล้ว
พิจารณ์กล่าวว่า พรรคยืนยันหลักการ “มีส้ม ไม่มีเทา” และไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องปกป้องผู้ที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยภาระหน้าที่ในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อจากนี้ เป็นเรื่องที่ผู้ถูกออกหมายจับต้องดำเนินการตามกฎหมาย
ผู้สมัครชี้แจงปมบริษัทส่งออกน้ำมัน
พิจารณ์ยังเปิดเผยว่า จากการรับฟังคำชี้แจงของ บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ผู้สมัครรายดังกล่าว เจ้าตัวระบุว่าเคยเข้าไปเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นในบริษัทของเพื่อน ซึ่งดำเนินธุรกิจส่งออกน้ำมันไปต่างประเทศ และอาจเกี่ยวข้องกับประเด็นที่ถูกกล่าวหาในคดีฟอกเงินตามหมายจับ
ทั้งนี้ พรรคประชาชนย้ำว่าข้อมูลทั้งหมดจะต้องถูกตรวจสอบและตัดสินโดยกระบวนการยุติธรรม พร้อมขอให้สังคมติดตามข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ



