ศึกเลือกตั้งครั้งใหม่ไม่ได้วัดกันแค่จำนวนผู้สมัครหรือนโยบายหาเสียง แต่ “หมายเลขปาร์ตี้ลิสต์” ก็กลายเป็นอีกปัจจัยที่ถูกจับตามอง โดยเฉพาะกลุ่มหมายเลขขึ้นต้นด้วยเลข 4 ที่ปรากฏพรรคการเมืองระดับตัวตึงกระจุกตัวอย่างน่าสนใจ ตั้งแต่หมายเลข 42, 43, 44, 46, 48 ไปจนถึง 49 แต่ละพรรคมีจุดแข็ง จุดขาย และบทบาททางการเมืองแตกต่างกันอย่างชัดเจน บทความนี้จะพาไล่วิเคราะห์ทีละพรรค ว่าใครถือไพ่ใบไหน และหลัก 4 จะส่งผลต่อสมการการเมืองอย่างไรในวันนับคะแนน
เบอร์ 42 พรรคกล้าธรรม เกมผสมอำนาจกับภาคประชาชน
พรรคกล้าธรรม หมายเลข 42 ภายใต้การนำของ รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ถูกมองว่าเป็นพรรคที่วางตัวอยู่กึ่งกลางระหว่างการเมืองเชิงอำนาจกับการเมืองเชิงสังคม การจัดทีมผู้สมัครและบัญชีรายชื่อที่ผสมทั้งนักการเมืองอาชีพ อดีตข้าราชการ และตัวแทนภาคประชาชน ทำให้พรรคมีภาพลักษณ์ “ทีมผสม” ที่พร้อมเล่นได้หลายบทบาท
จุดแข็งของเบอร์ 42 คือความยืดหยุ่นทางการเมือง ที่สามารถขยับไปได้ทั้งฝั่งรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ขึ้นอยู่กับผลเลือกตั้ง ขณะที่จุดท้าทายคือการสร้างการจดจำในวงกว้าง เพราะฐานเสียงยังไม่ชัดเท่าพรรคใหญ่ แต่ด้วยพลังของเหล่า “บ้านใหญ่” ในพรรค หากได้คะแนนตามเป้า อาจกลายเป็นพรรคตัวแปรที่มีน้ำหนักในการต่อรองสูงที่สุดพรรคหนึ่งในการเลือกตั้งรอบนี้
เบอร์ 43 พรรคพลังประชารัฐ รากฐานเก่ากับบทพิสูจน์ใหม่
หมายเลข 43 พรรคพลังประชารัฐ ยังคงเป็นพรรคที่มีโครงสร้างและเครือข่ายการเมืองในระดับประเทศ แม้จะผ่านช่วงขาลงทางภาพลักษณ์บ้าง และล่าสุด “บิ๊กป้อม” พลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ เพิ่งประกาศไม่เป็นแคนดิเดตนายกฯ ส่งผลให้พรรคระส่ำระสายขึ้นไปอีก แต่ฐานเสียงเดิมในหลายจังหวัดยังคงเป็นแต้มต่อสำคัญ
การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคพลังประชารัฐ ถูกจับตาในฐานะพรรคที่ต้องพิสูจน์ว่า ยังสามารถรักษาพื้นที่และบทบาทในสมการอำนาจได้หรือไม่ หากคะแนนบัญชีรายชื่อยังยืนระยะได้ ก็อาจกลับมาเป็นหนึ่งในพรรคที่ถูกดึงเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลอีกครั้ง

เบอร์ 44 พรรคโอกาสใหม่ ที่รอโอกาสผงาด
พรรคโอกาสใหม่ หมายเลข 44 ถูกจัดอยู่ในกลุ่มพรรคขนาดกลางที่ไม่โดดสุด แต่ไม่อ่อนสุด จุดเด่นคือหัวหน้าพรรคใหม่ถอดด้ามอย่าง นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ที่เป็นข้าราชการผู้คร่ำหวอด และอดีตรัฐมนตรีพาณิชย์ และการวางตัวแบบ “พรรคทางเลือก” ที่พร้อมร่วมงานกับหลายขั้ว หากเงื่อนไขทางการเมืองเอื้ออำนวย
แม้นักวิเคราะห์จะมองว่า พรรคโอกาสใหม่ อาจไม่ใช่พรรคที่กวาดคะแนนถล่มทลาย แต่มีโอกาสได้ที่นั่งในสภาอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเพียงพอจะทำให้พรรคมีเสียงในกระบวนการเจรจาทางการเมืองหลังเลือกตั้ง
เบอร์ 46 พรรคประชาชน อุดมการณ์ชัด ฐานเสียงเมือง
หมายเลข 46 พรรคประชาชน ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม “ตัวเต็ง” ของการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยการนำของ “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคประชาชนเรียกได้ว่าเป็นพรรคที่มีโครงสร้างทางการเมืองชัดเจนที่สุด ทั้งในแง่อุดมการณ์ ทีมงาน และกลไกการสื่อสารกับประชาชน พรรคประชาชนสืบทอดฐานมวลชนจากการเมืองภาคประชาชนและการเคลื่อนไหวเชิงนโยบายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้มีฐานเสียงที่เหนียวแน่น โดยเฉพาะในเขตเมืองและกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่
จุดแข็งสำคัญของพรรคประชาชน คือการนำเสนอประเด็นเชิงโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ ไปจนถึงการกระจายอำนาจ ซึ่งถูกถ่ายทอดผ่านผู้สมัครและบัญชีรายชื่อที่มีภาพลักษณ์ “นักการเมืองเชิงนโยบาย” มากกว่านักการเมืองแบบเดิม ขณะเดียวกัน พรรคยังมีเครื่องมือสื่อสารที่เข้มแข็ง ทั้งบนแพลตฟอร์มออนไลน์และการลงพื้นที่ ทำให้สามารถรักษากระแสและความสนใจจากสาธารณชนได้อย่างสม่ำเสมอ
นอกจากนี้พรรคประชาชนยังเป็นพรรคที่ได้รับคะแนนเสียงมากที่สุดในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วอีกด้วย
เบอร์ 48 พรรคไทยสร้างไทย ฐานเฉพาะกลุ่มกับเกมระยะยาว
พรรคไทยสร้างไทย หมายเลข 48 ถูกมองว่าเป็นพรรคที่มีฐานเสียงเฉพาะกลุ่ม โดยเน้นนโยบายด้านเศรษฐกิจ ปากท้อง และการบริหารจัดการเชิงระบบ แม้การเลือกตั้งความนี้จะไม่มี “คุณหญิงหน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุพันธุ์ ทั้งในนามแคนดิเดตนายกฯ และสส.บัญชีรายชื่อก็ตาม แต่พรรคก็ยังเดินหน้าต่อ นำโดย พล.ท. ภราดร พัฒนถาบุตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค พร้อมด้วย ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ หรือ จินนี่ บุตรสาวของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
แม้จะไม่ใช่พรรคกระแสแรงที่สุด แต่เบอร์ 48 มีความได้เปรียบด้านภาพลักษณ์ความเป็นพรรคทางเลือกที่ไม่สุดโต่ง และอาจเก็บคะแนนจากกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่ต้องการเลือกพรรคใหญ่แบบเดิม
เบอร์ 49 พรรคไทยก้าวใหม่ เดิมพันพื้นที่การเมืองใหม่
หมายเลข 49 พรรคไทยก้าวใหม่ นำโดย “ดร.เอ้” สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานพรรคฯ พรรคไทยก้าวใหม่เป็นพรรคที่พยายามเจาะฐานผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ต้องการ “ตัวเลือกใหม่” ในสนามการเมือง จุดขายอยู่ที่การนำเสนอแนวคิดการเมืองแบบก้าวข้ามความขัดแย้งเดิม
ความท้าทายของพรรคไทยก้าวใหม่ คือการแข่งขันกับพรรคทางเลือกอื่น ๆ ที่มีชื่อชั้นและฐานเสียงแข็งแรงกว่า อย่างไรก็ตาม หากสื่อสารได้ตรงจุด พรรคไทยก้าวใหม่อาจสร้างพื้นที่ของตนเองในสภาได้


