ตัดสินใจฉับไวแทนผู้สมัครเดิม มุ่งเรียกความเชื่อมั่นก่อนปิดรับสมัคร
พรรคประชาชน ส่ง นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. เขต 33 กรุงเทพมหานคร (บางพลัด–บางกอกน้อย) เพื่อทดแทนผู้สมัครเดิมที่มีคดีฟอกเงิน โดยนายเท่าพิภพเดินทางไปยื่นใบสมัครเมื่อเช้าวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชน (ไทย–ญี่ปุ่น) พร้อมชูหมายเลข 11 ท่ามกลางการจับตาของสาธารณชน พรรคย้ำการตัดสินใจดังกล่าวเป็นไปเพื่อรักษามาตรฐานทางจริยธรรมและฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชนในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนปิดรับสมัคร
ลงสมัครฉุกเฉินในสถานการณ์วิกฤต ก่อนเส้นตายเลือกตั้ง
นายเท่าพิภพเปิดเผยว่า การกลับมาลงสนามเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการตัดสินใจเร่งด่วน หลังพรรคต้องเปลี่ยนตัวผู้สมัครอย่างกะทันหันจากกรณีผู้สมัครเดิมถูกดำเนินคดี โดยมี นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรค และ นางสาวพรรณิการ์ วานิช ผู้ช่วยหาเสียง เดินทางมาให้กำลังใจในวันยื่นสมัคร
เขายอมรับว่า แม้ก่อนหน้านี้เคยประกาศว่าจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งในรอบนี้ แต่ด้วยสถานการณ์จำเป็น พรรคต้องเลือกบุคคลที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ในเวลาจำกัด จึงตัดสินใจตอบรับภารกิจเพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศทางการเมืองในพื้นที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร
“8 วินาที” กับภารกิจทวงคืนความไว้วางใจประชาชน
อดีต สส. พรรคประชาชน ระบุว่า การตัดสินใจใช้เวลาเพียง 8 วินาที หลังที่ประชุมพรรคและสมาชิกมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ตนเข้ามารับหน้าที่ โดยยอมรับพร้อมเผชิญเสียงวิจารณ์เรื่องการกลับคำพูด เพื่อแลกกับโอกาสในการทำหน้าที่ในสภา
นายเท่าพิภพกล่าวว่า ความไว้วางใจของประชาชนคือทรัพย์สินที่สำคัญที่สุดของพรรคการเมือง และเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบททดสอบที่พรรคต้องพิสูจน์ว่ามาตรฐานทางจริยธรรมไม่ใช่เพียงคำขวัญ แต่เป็นหลักปฏิบัติที่ยึดถืออย่างจริงจัง
พรรคแจงเลือกคนคุ้นเคย มั่นใจผ่านการพิสูจน์มาแล้ว
ด้าน นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ชี้แจงเหตุผลในการเลือกนายเท่าพิภพว่า เนื่องจากกระบวนการตรวจสอบผู้สมัครใหม่มีเวลาจำกัด การเลือกบุคคลที่เคยร่วมงานกันมายาวนานและผ่านการพิสูจน์ในสนามการเมืองแล้ว จึงเป็นทางเลือกที่มั่นใจที่สุดในสถานการณ์เฉพาะหน้า
เขาระบุว่า แม้กรณีของผู้สมัครเดิมยังอยู่ในขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม แต่พรรคประชาชนยึดมาตรฐานที่สูงกว่ากฎหมาย เมื่อมีข้อสงสัยด้านจริยธรรม พรรคจึงตัดสินใจเปลี่ยนตัวทันที เพื่อยืนยันแนวคิด “มีส้มไม่มีเทา” ให้เป็นรูปธรรม

ชี้เป็นบทพิสูจน์ระบบพรรค ไม่ยึดโยงอุปถัมภ์
ขณะที่ นางสาวพรรณิการ์ วานิช กล่าวเสริมว่า เหตุการณ์นี้สะท้อนระบบจัดการภายในของพรรคประชาชนที่พร้อมตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เมื่อพบความผิดปกติ โดยไม่คำนึงถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือเครือข่ายอุปถัมภ์
เธอระบุว่า หลักการเดียวกันนี้จะถูกนำไปใช้หากพรรคได้มีส่วนร่วมในการจัดตั้งรัฐบาล โดยยืนยันว่าหากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีข้อสงสัยเรื่องทุจริต แม้เพียงเล็กน้อย ก็ต้องถอยออกจากตำแหน่งเพื่อพิสูจน์ตัวเองก่อน


