เปิดศึกนโยบาย-หาเสียง ไทยสร้างไทยชูคูปองเด็ก ภูมิใจไทยลุยตลาด

ความเคลื่อนไหวทางการเมืองช่วงต้นปี 2569 เข้มข้นขึ้น เมื่อพรรคการเมืองต่างเร่งสื่อสารนโยบายและลงพื้นที่หาเสียงอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 6–7 มกราคม พรรคไทยสร้างไทย เปิดตัวนโยบาย “คูปองเลี้ยงเด็กไทย” จ่ายเดือนละ 2,000 บาท ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์จนถึงอายุ 6 ปี หวังแก้ปัญหาอัตราการเกิดต่ำ ขณะที่ พรรคภูมิใจไทย ส่งแกนนำลงพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ รับฟังเสียงพ่อค้าแม่ค้า ชูผลงานกระตุ้นเศรษฐกิจ และขอคะแนนสนับสนุนให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล กลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกสมัย ท่ามกลางการแข่งขันเชิงนโยบายที่มุ่งตอบโจทย์ปัญหาปากท้องประชาชน

ไทยสร้างไทย เปิด “คูปองเลี้ยงเด็กไทย” ลงทุนอนาคตประเทศ

เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย แถลงเปิดนโยบายดูแลประชาชนภายใต้แนวคิด “ทำให้คนไทยหายเหนื่อย” โดยชี้ว่าประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตอัตราการเกิดต่ำอย่างรุนแรง ปัจจุบันมีเด็กเกิดใหม่เพียงประมาณ 460,000 คนต่อปี สะท้อนความกังวลของครอบครัวต่อภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตร

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า หากปล่อยให้แนวโน้มดังกล่าวดำเนินต่อไป จะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างประชากรและเศรษฐกิจในระยะยาว ทำให้กำลังแรงงานลดลง และการเติบโตของ GDP อาจไม่เกินร้อยละ 2 ขณะเดียวกัน ครอบครัวที่มีบุตรอยู่แล้วจำนวนมากต้องแบกรับค่าใช้จ่ายจนกระทบต่อคุณภาพโภชนาการและพัฒนาการของเด็ก

ชูจ่ายเดือนละ 2,000 ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ถึง 6 ปี

นโยบาย “คูปองเลี้ยงเด็กไทย” ของพรรคไทยสร้างไทย เสนอให้สนับสนุนเงินดูแลบุตรเดือนละ 2,000 บาท ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ไปจนถึงเด็กอายุครบ 6 ปี ซึ่งเป็นช่วงสำคัญของการพัฒนาสมองและร่างกาย โดยคูปองดังกล่าวจะถูกออกแบบให้ใช้แลกสิ่งจำเป็นในการเลี้ยงดูเด็ก เช่น นม วิตามิน และอาหารเสริม ตามคำแนะนำของแพทย์

หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยย้ำว่า นโยบายนี้ไม่ใช่การแจกเงินแบบไร้เป้าหมาย แต่เป็นการลงทุนสร้างทรัพยากรมนุษย์ เพื่อให้เด็กไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ ลดภาระของพ่อแม่ และจูงใจให้คู่สมรสตัดสินใจมีบุตร อันจะช่วยแก้ไขปัญหาโครงสร้างประชากรในระยะยาว

ย้ำงบทำได้จริง เปรียบเทียบงบรัฐที่เคยจัดสรร

สำหรับข้อกังวลเรื่องงบประมาณหลักหมื่นล้านบาทต่อปี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ระบุว่า เป็นงบที่คุ้มค่าและสามารถดำเนินการได้จริง หากมีการบริหารจัดการอย่างโปร่งใส และตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็นหรือฟุ่มเฟือยออก

เธอยกตัวอย่างว่า รัฐบาลเคยจัดสรรงบประมาณหลายพันล้านบาทให้กับกิจกรรมหรือโครงการบางประเภทได้ หากสามารถใช้งบเพื่อกิจกรรมเหล่านั้นได้ ก็ยิ่งควรลงทุนเพื่อสร้างอนาคตของเด็กไทย ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดในระยะยาว

ภูมิใจไทยลุยสมุทรปราการ หาเสียงหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ

ขณะที่เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ตลาด CM ตำบลสำโรงใต้ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ ผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ เขต 6 พรรคภูมิใจไทย

นายธนกร ใช้เวลานอกเวลาราชการเดินพบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนในตลาด โดยได้รับความสนใจและการตอบรับอย่างคึกคัก พร้อมขอแรงสนับสนุนให้เลือกผู้สมัครของพรรคเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อร่วมผลักดันนโยบายรัฐบาลและสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัย

พ่อค้าแม่ค้าสะท้อน อยากเห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง

นายธนกร เปิดเผยว่า เสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ต้องการให้รัฐบาลเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่งในรูปแบบต่อเนื่อง เนื่องจากช่วยเพิ่มกำลังซื้อและสร้างการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจ

เขาระบุว่า เมื่อผนวกกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบเร่งด่วน จะช่วยให้เศรษฐกิจฐานรากฟื้นตัว และส่งผลดีต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่อง

บัตรสวัสดิการรัฐ ยังเป็นโจทย์สำคัญของประชาชน

นอกจากนี้ นายธนกร ยังกล่าวถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า เป็นอีกประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจ โดยเรียกร้องให้เปิดลงทะเบียนใหม่สำหรับผู้มีรายได้น้อยที่ยังไม่สามารถเข้าถึงสิทธิ พร้อมเสนอให้ทบทวนกลุ่มผู้ถือบัตร เพื่อให้ความช่วยเหลือตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

นายธนกร แสดงความเชื่อมั่นว่า นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ จะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในจังหวัดสมุทรปราการ และสามารถเข้าไปทำหน้าที่ในสภาฯ เพื่อสนับสนุนนโยบายของพรรคภูมิใจไทยได้อย่างเต็มที่

รีโนเวตบ้านลำลูกกา เจอชิ้นส่วนมนุษย์บนฝ้า คาดแรงงานถูกไฟช็อตดับ

หัวหน้า ปชน. จี้ กกต. ตรวจป้ายโจมตีพรรค ซัดสร้างความเกลียดชัง