วันที่ 7 มกราคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาเรียกร้องให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบกรณีพบป้ายข้อความโจมตีพรรคในจังหวัดพิษณุโลก โดยมีเนื้อหา “ไม่เอาพรรคประชาชนเขมร” ซึ่งเข้าข่ายการรณรงค์ทางการเมืองที่สร้างความเกลียดชัง ท่ามกลางกระแสการแข่งขันเลือกตั้งที่เข้มข้น หัวหน้าพรรคประชาชนย้ำว่า การหาเสียงควรแข่งขันกันด้วยนโยบายและจุดยืนทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ไม่ควรใช้ถ้อยคำแบ่งแยกหรือบิดเบือน พร้อมยืนยันว่าผลตอบรับจากการลงพื้นที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี แม้จะถูกตั้งคำถามเชิงวิพากษ์ที่อาจกระทบคะแนนนิยม
ปชน. ไม่รู้ที่มาป้ายปริศนา ชี้ไม่ควรใช้การเมืองแห่งความเกลียดชัง
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าป้ายโจมตีดังกล่าวจัดทำโดยพรรคการเมืองใด กลุ่มการเมือง หรือบุคคลใดเป็นผู้ดำเนินการ แต่เห็นชัดว่าเนื้อหามีลักษณะสร้างความเกลียดชังและบั่นทอนบรรยากาศการเลือกตั้งที่ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลและนโยบาย
หัวหน้าพรรคประชาชนระบุว่า การรณรงค์หาเสียงที่เหมาะสมควรเป็นการนำเสนอนโยบายอย่างตรงไปตรงมา แข่งขันกันด้วยวิสัยทัศน์และจุดยืนทางการเมือง เพื่อให้ประชาชนใช้ประกอบการตัดสินใจในคูหาเลือกตั้ง มากกว่าการใช้ถ้อยคำหรือสัญลักษณ์ที่มุ่งโจมตีฝ่ายตรงข้ามในลักษณะสร้างความแตกแยกในสังคม
จี้ กกต. ตรวจสอบจริงจัง ย้ำหน้าที่ดูแลเลือกตั้งโปร่งใส
เมื่อถูกถามว่าจะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังป้ายดังกล่าวหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า หน้าที่หลักในการดูแลความเรียบร้อยและความเป็นธรรมของการเลือกตั้งเป็นของ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งควรเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาตัวผู้กระทำผิดให้ชัดเจน
เขาย้ำว่า หากปล่อยให้การรณรงค์ที่สร้างความเกลียดชังเกิดขึ้นโดยไม่มีการตรวจสอบ อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการเลือกตั้ง และทำให้การแข่งขันทางการเมืองเบี่ยงเบนออกจากสาระสำคัญที่ควรเป็นเรื่องนโยบายและการแก้ไขปัญหาประเทศ

ยอมรับถูกตั้งคำถามกระทบคะแนนนิยม แต่ผลตอบรับยังดี
สำหรับกระแสคำถามจากประชาชนระหว่างการลงพื้นที่ ซึ่งบางประเด็นถูกมองว่าอาจทำลายคะแนนนิยมของพรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ ยอมรับว่า มีการตั้งคำถามซ้ำในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นจุดยืนของพรรคต่อกองทัพ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงประเด็นทางการเมืองอื่นๆ ที่เป็นข้อถกเถียงในสังคม
อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่าผลตอบรับโดยรวมจากประชาชนยังอยู่ในระดับดีถึงดีมาก และมองว่าการตั้งคำถามเป็นเรื่องปกติของสังคมประชาธิปไตย ไม่ได้ทำให้พรรคหวั่นไหวหรือเสียสมาธิ ตรงกันข้าม พรรคยังคงต้องเดินหน้าลงพื้นที่เพื่อสื่อสารกับกลุ่มประชาชนที่อาจยังไม่เข้าใจจุดยืนของพรรคให้มากยิ่งขึ้น
ย้ำ ปชน. ให้ความสำคัญนโยบายปากท้องควบคู่การเมืองโครงสร้าง
ต่อข้อเรียกร้องจากประชาชนบางส่วนที่อยากให้พรรคการเมืองให้ความสำคัญกับปัญหาปากท้องมากกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายณัฐพงษ์ ชี้แจงว่า พรรคประชาชนให้ความสำคัญกับนโยบายเศรษฐกิจและค่าครองชีพมาโดยตลอด และมีการสื่อสารประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่องในการหาเสียง
เขาอธิบายว่า แม้ภาพที่ปรากฏในสื่ออาจเน้นไปที่การถกเถียงทางการเมืองเชิงโครงสร้าง แต่ในทุกเวที พรรคประชาชนพยายามนำเสนอนโยบายด้านเศรษฐกิจและการแก้ปัญหาปากท้องควบคู่กันไป พร้อมย้ำว่าจะใช้ทุกโอกาสในการสื่อสารกับประชาชนให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น


