“พิพัฒน์” ชี้ทวงคืนโอกาสภาคใต้ 30 ปี ไม่โจมตีใคร หนุนภูมิใจไทยสร้างความเท่าเทียม

พิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรค ภูมิใจไทย และแม่ทัพภาคใต้ ออกมาชี้แจงกรณีการสื่อสารเรื่อง “ทวงคืนโอกาส 30 ปีของภาคใต้” หลังถูกวิจารณ์ว่าเป็นการพาดพิงหรือเลือกปฏิบัติทางการเมือง โดยยืนยันว่าไม่ได้โจมตีบุคคลหรือพรรคใด แต่ต้องการสะท้อนความจริงเชิงโครงสร้างเกี่ยวกับการพัฒนาที่ไม่สมดุล พร้อมขอให้ประชาชน 14 จังหวัดภาคใต้พิจารณาพรรคภูมิใจไทยเป็นตัวแทนใหม่ เพื่อเร่งยกระดับโอกาสและความเจริญให้ทัดเทียมภูมิภาคอื่นของประเทศ

ย้ำไม่โจมตีใคร ชี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง

พิพัฒน์ รัชกิจประการ ระบุว่า การพูดถึงการทวงคืนโอกาสของภาคใต้ตลอดกว่า 30 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้มีเจตนาโจมตีบุคคลทางการเมือง หรือกล่าวหาใครเป็นการเฉพาะ แต่เป็นการสะท้อนข้อเท็จจริงเชิงโครงสร้างที่สังคมควรพูดถึงอย่างตรงไปตรงมา เพื่อหาทางแก้ไขในอนาคต

เขาอธิบายว่า ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ภูมิภาคอื่นของประเทศได้รับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่สร้างรายได้สำคัญด้านการท่องเที่ยว การค้า และโลจิสติกส์ กลับได้รับการลงทุนไม่สอดคล้องกับศักยภาพที่มีอยู่

ภาคใต้ยังตามไม่ทัน แม้มีผู้นำจากพื้นที่

แม่ทัพภาคใต้ของภูมิใจไทย ยอมรับว่า ที่ผ่านมามีผู้บริหารระดับประเทศซึ่งมาจากภาคใต้หลายสมัย แต่ผลลัพธ์ด้านโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาในภาพรวม ยังไม่สามารถยกระดับภาคใต้ให้ทัดเทียมภูมิภาคอื่นได้อย่างเป็นรูปธรรม

เขามองว่า การพูดถึงประเด็นนี้ไม่ใช่การกล่าวโทษใคร แต่เป็นการตั้งคำถามเชิงนโยบายว่า เหตุใดพื้นที่ซึ่งมีศักยภาพสูงจึงยังเผชิญข้อจำกัดด้านงบประมาณและการลงทุน และควรมีแนวทางใดในการเร่งแก้ไขอย่างจริงจังในระยะต่อไป

ไม่ใช่พัฒนาเฉพาะพื้นที่ แต่คือสร้างความเท่าเทียม

ต่อข้อวิจารณ์ว่าการรณรงค์ดังกล่าวอาจถูกมองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติหรือเน้นพัฒนาเฉพาะภาคใต้ พิพัฒน์ รัชกิจประการ ย้ำว่า ไม่ใช่ความหมายที่ตนสื่อสาร และไม่ได้หมายความว่าหากเลือกภูมิใจไทยแล้วจะพัฒนาเฉพาะบางพื้นที่

เขาระบุว่า สิ่งที่พรรคต้องการคือการเร่งแก้ไขจุดอ่อนเชิงโครงสร้างในพื้นที่ที่ตามไม่ทัน เพื่อให้เกิด “ความเท่าเทียมเชิงโอกาส” ระหว่างภูมิภาค โดยนโยบายภาพรวมยังคงมุ่งพัฒนาประเทศทั้งระบบ ไม่ใช่การดึงงบประมาณจากพื้นที่หนึ่งไปให้อีกพื้นที่หนึ่งอย่างไม่เป็นธรรม

ชวน 14 จังหวัดใต้ ทวงคืนโอกาสที่หายไป

พิพัฒน์ รัชกิจประการ กล่าวอย่างชัดเจนว่า ตนต้องการชวนประชาชน 14 จังหวัดภาคใต้ ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อทวงคืนโอกาสที่สูญเสียไปตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ผ่านการสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยให้เป็นตัวแทนในสภาผู้แทนราษฎร

เขามองว่า หากพรรคได้รับความไว้วางใจ จะสามารถผลักดันการจัดสรรงบประมาณและโครงการพัฒนาที่จำเป็นให้กลับคืนสู่ภาคใต้ได้เร็วขึ้น และลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำระหว่างภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม

บทบาทแม่ทัพใต้ กับนโยบายภาพรวมของพรรค

สำหรับข้อกล่าวหาว่าเป็นการเรียกร้องผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม พิพัฒน์ รัชกิจประการ ชี้แจงว่า ในฐานะผู้ได้รับมอบหมายให้ดูแลการรณรงค์เลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ ย่อมต้องสะท้อนปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ที่รับผิดชอบ

ขณะเดียวกัน เขาย้ำว่า นโยบายทั้งหมดของพรรคภูมิใจไทยยังต้องถูกนำมาบูรณาการในระดับประเทศ ภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค เพื่อเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรและขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยทั้งระบบ

ขอประชาชนตัดสินจากนโยบาย ไม่ใช่กระแส

ในช่วงท้าย พิพัฒน์ รัชกิจประการ ฝากถึงประชาชนภาคใต้ให้พิจารณานโยบายของพรรคภูมิใจไทยอย่างรอบด้าน หากเห็นว่านโยบายตอบโจทย์และสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง ขอให้ตัดสินใจเลือกทั้งผู้สมัครและพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้

เขาย้ำว่า การตัดสินใจของประชาชนจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า ภาคใต้จะได้โอกาสใหม่ในการพัฒนา และก้าวไปสู่ความเท่าเทียมกับภูมิภาคอื่นของประเทศหรือไม่

เดิมพันอำนาจ..ไปต่อ หรือพอแค่นี้

รทสช. เปิดยุทธศาสตร์ปราบคนโกง “พีระพันธุ์” ชูพิฆาตคนชั่ว ไม่ก้มหัวทุนเทา