นาย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ออกมาเปิดเผยจดหมายร้องเรียนจากทหารผ่านศึกชั้นผู้น้อย เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 โดยระบุถึงปัญหาการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการที่ล่าช้าและไม่ได้รับอย่างเป็นธรรม ท่ามกลางบริบทการวิพากษ์โครงสร้างกองทัพไทยที่ถูกตั้งคำถามมาอย่างต่อเนื่อง ณัฐพงษ์ใช้กรณีดังกล่าวสะท้อนความเหลื่อมล้ำระหว่างนายทหารระดับสูงกับทหารชั้นผู้น้อย พร้อมย้ำเหตุผลของคำถามเชิงนโยบายที่สังคมถกเถียงกันว่า “ทหารมีไว้ทำไม” และเหตุใดการปฏิรูปกองทัพจึงยังจำเป็น
เปิดจดหมายจากแนวหน้า สะท้อนปัญหาทหารผ่านศึกเข้าไม่ถึงสิทธิ
ณัฐพงษ์โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมภาพจดหมายที่อ้างว่าเป็นของทหารผ่านศึกซึ่งเคยประจำการในพื้นที่น้ำยืน–ช่องบก โดยเนื้อหาร้องเรียนถึงอุปสรรคในการขอรับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่ควรได้รับหลังปลดประจำการ ทั้งในด้านขั้นตอนที่ซับซ้อนและการได้รับสิทธิไม่เต็มจำนวน
หัวหน้าพรรคประชาชนระบุว่า หลังอ่านจดหมายดังกล่าวแล้วรู้สึกสะท้อนใจ เนื่องจากปัญหานี้เป็นภาพสะท้อนชีวิตจริงของทหารชั้นผู้น้อยที่ถูกเอารัดเอาเปรียบมาตั้งแต่ช่วงรับราชการ จนถึงวันที่กลายเป็นทหารผ่านศึก ซึ่งยังคงไม่สามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานได้อย่างที่ควรจะเป็น

เปรียบเทียบทหารผู้น้อยกับนายพล ตั้งคำถามโครงสร้างอำนาจ
ณัฐพงษ์ยังวิพากษ์โครงสร้างกองทัพ โดยเปรียบเทียบชีวิตของทหารชั้นผู้น้อยที่ต้องบาดเจ็บและสูญเสียในแนวหน้า กับนายทหารระดับสูงที่มีรายได้และผลประโยชน์จากตำแหน่งในบอร์ดรัฐวิสาหกิจ ธุรกิจกองทัพ และโครงการต่าง ๆ ของรัฐ
เขาระบุว่า ทหารผู้น้อยจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญปัญหาการถูกหักเบี้ยเลี้ยง หรือไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ขณะที่เมื่อปลดประจำการแล้วกลับต้องเผชิญกับระบบสวัสดิการที่ล่าช้าและขาดความโปร่งใส ซึ่งสถานการณ์เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สังคมตั้งคำถามต่อบทบาทและหน้าที่ของกองทัพในปัจจุบัน
ชี้ปม อผศ. และข้อสงสัยเรื่องความโปร่งใส
หนึ่งในประเด็นที่ณัฐพงษ์หยิบยกขึ้นมาคือข้อสงสัยเกี่ยวกับการบริหารงานของ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) โดยอ้างถึงข้อมูลที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีการนำโควตาสลากไปจำหน่ายให้เอกชนในราคาต่ำกว่าควร ส่งผลให้ทหารผ่านศึกจำนวนมากเสียโอกาสในการสร้างรายได้
เขาย้ำว่าประเด็นดังกล่าวมีการเปิดเผยและติดตามตรวจสอบโดยบุคลากรในพรรคประชาชน และสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการปรับปรุงระบบกำกับดูแล เพื่อให้ทรัพยากรที่จัดสรรมาเพื่อทหารผ่านศึกตกถึงมือผู้มีสิทธิอย่างแท้จริง
ยืนยันนโยบายปฏิรูปกองทัพ ลดนายพล เพิ่มสวัสดิการ
ณัฐพงษ์ระบุว่า กรณีจดหมายร้องเรียนครั้งนี้เป็นหลักฐานที่ตอกย้ำจุดยืนของพรรคในการผลักดันนโยบายปฏิรูปกองทัพ ซึ่งพรรคยืนยันมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยุคพรรคอนาคตใหม่และก้าวไกล โดยเสนอให้ลดจำนวนนายทหารระดับนายพลที่มีมากเกินความจำเป็น
เขาอธิบายว่า งบประมาณที่ประหยัดได้จากการปรับโครงสร้างดังกล่าว ควรถูกนำไปเพิ่มเงินเดือนและสวัสดิการให้กับทหารชั้นผู้น้อย รวมถึงการสร้างระบบยุติธรรมภายในกองทัพ เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบและยกระดับคุณภาพชีวิตของกำลังพลระดับปฏิบัติการ
เสียงจากคนในกองทัพ กับแรงผลักดันทางการเมือง
หัวหน้าพรรคประชาชนกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้พรรคจะถูกวิพากษ์หรือเข้าใจผิดเกี่ยวกับจุดยืนต่อกองทัพและความมั่นคง แต่เสียงสะท้อนจากทหารชั้นผู้น้อยและทหารผ่านศึกที่ส่งมาอย่างเงียบ ๆ คือกำลังใจสำคัญที่ยืนยันถึงความจำเป็นของการตั้งคำถามและการปฏิรูป
เขาย้ำว่า ทหารชั้นผู้น้อยคือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากโครงสร้างกองทัพที่ขาดการตรวจสอบ และเป็นผู้ที่แบกรับความเสี่ยงมากที่สุด แต่กลับมีพื้นที่ส่งเสียงน้อยที่สุด พร้อมยืนยันว่าหากมีโอกาส พรรคจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง


