อนุทินย้ำไม่ประมาท แม้โพลบางพื้นที่นำ หวังได้ สส.ทั่วประเทศ รอฟังเสียงประชาชน

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันไม่ประมาทต่อสถานการณ์การเมือง แม้ผลสำรวจความคิดเห็นบางสำนักสะท้อนว่าพรรคมีคะแนนนำในหลายพื้นที่ โดยระบุว่าความคาดหวังสูงสุดคือการได้รับความไว้วางใจจากประชาชนทั่วประเทศ แต่การตัดสินใจสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับเสียงของประชาชนทั้งหมด ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ภายหลังนายกรัฐมนตรีเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงการหาเสียง โค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง สถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนใต้ และประเด็นชายแดนไทย–กัมพูชา

เดินเท้าเข้าทำเนียบ หลังทำบุญวันเกิดภริยา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.20 น. วันที่ 13 มกราคม 2569 อนุทิน ชาญวีรกูล เดินเท้าจากย่านโรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง เข้าสู่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังรับประทานอาหารเช้ากับ ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา โดยเจ้าตัวกล่าวติดตลกว่าเดินมาเพื่อย่อยอาหาร และวันนี้ไม่มีวาระพิเศษ เนื่องจากการประชุมคณะรัฐมนตรีมีเรื่องพิจารณาไม่มาก

นายกรัฐมนตรีเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ช่วงเช้าได้ไปทำบุญตักบาตรที่วัดบวรนิเวศวิหาร เนื่องในวันคล้ายวันเกิดของภริยา ก่อนจะใช้เวลาที่เหลือทุ่มเทให้กับภารกิจช่วยผู้สมัครของพรรคลงพื้นที่หาเสียง ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดตามเวลาที่เอื้ออำนวย

ไม่ประมาทโพล เลือกตั้งต้องรอฟังเสียงประชาชน

เมื่อถูกถามถึงผลโพลบางสำนักที่ระบุว่าพรรคมีคะแนนนำและมีแนวโน้มได้จำนวน สส. มากกว่าพรรคอื่น อนุทิน ระบุว่า จะบอกว่า “ใจชื้น” หรือ “ใจแห้ง” ไม่ได้ เพราะการเลือกตั้งยังไม่จบ และสิ่งสำคัญที่สุดคือไม่ประมาท แม้ผลโพลจะสะท้อนสัญญาณเชิงบวก แต่ทุกฝ่ายต้องรอการตัดสินใจของประชาชนในคูหา

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ผลโพลที่ดีขึ้นย่อมช่วยสร้างกำลังใจให้กับผู้สมัครและทีมงาน ทำให้บรรยากาศการหาเสียงคึกคักขึ้น อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังของพรรคคืออยากได้รับที่นั่ง สส. ทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่กำลังได้รับเสียงตอบรับดีขึ้น แต่สุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจเสมอเตือนโค้งสุดท้ายอย่าสาดโคลน มุ่งขายนโยบาย

เตือนโค้งสุดท้ายอย่าสาดโคลน มุ่งขายนโยบาย

ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง อนุทิน ชาญวีรกูล มองว่าบรรยากาศทางการเมืองเริ่มเข้าสู่ช่วง “สาดโคลน” โดยเตือนว่าทุกพรรคควรใช้เวลาไปกับการนำเสนอนโยบายและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน มากกว่าการโจมตีฝ่ายตรงข้าม เมื่อรู้สึกว่าคะแนนอาจตามหลัง

สำหรับคำถามถึง “ไม้เด็ด” ทางนโยบายในช่วงสุดท้าย นายกรัฐมนตรีระบุว่า พรรคยังคงทำงานอย่างสม่ำเสมอ ไม่เลือกใช้วิธีโจมตีหรือใส่ร้ายใคร พร้อมย้ำจุดยืนว่าสามารถทำงานร่วมกับทุกพรรคการเมือง โดยไม่ผูกมัดตัวเองด้วยคำประกาศล่วงหน้า เพราะในยุคดิจิทัล ทุกคำพูดล้วนมีร่องรอยและอาจย้อนกลับมาสร้างปัญหาได้

ยอมรับการข่าวใต้ต้องปรับปรุง หลังเหตุรุนแรง

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าทั้งฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายทหารต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ พร้อมยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า การข่าวไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามีจุดที่ต้องปรับปรุง หลังเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น

อนุทิน ระบุว่า ได้กำชับไปยัง ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ให้เร่งประสานกับจังหวัดเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งผู้บาดเจ็บและผู้ที่ทรัพย์สินเสียหาย โดยจะเร่งรัดการใช้งบกลางซึ่งเป็นงบสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้การเยียวยาเป็นไปอย่างรวดเร็ว พร้อมยอมรับว่า หากมีการแจ้งเตือนล่วงหน้า เหตุร้ายอาจไม่เกิดขึ้น

ชายแดนไทย–กัมพูชา ย้ำยึดระดับผู้นำประเทศ

สำหรับประเด็นชายแดนไทย–กัมพูชา ที่ถูกตั้งคำถามถึงการไม่เคารพข้อตกลงบางประการ อนุทิน ชาญวีรกูล ระบุว่า ทั้งสองประเทศมีเอกสารและเจตนารมณ์ร่วมกันชัดเจน สิ่งสำคัญคือการยึดการสื่อสารในระดับผู้นำประเทศ

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องนำความเห็นจากทุกระดับมาขยายความขัดแย้ง เพราะอาจทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้นโดยไม่จำเป็น โดยย้ำว่าการแก้ไขปัญหาชายแดนต้องตั้งอยู่บนกรอบความสัมพันธ์ระหว่างรัฐต่อรัฐ และการตัดสินใจของผู้นำสูงสุดเป็นหลัก

พรรคประชาชนจ่อยื่นกกต.ชลบุรี ตรวจสอบเหตุป่วนเวทีดีเบต ขณะธนาธรร่วมเวทีช่อง 3

ยุโรปเตือนแรง หาก “ทรัมป์” ใช้กำลังยึดกรีนแลนด์ อาจเท่ากับจุดจบนาโต