นครราชสีมา 20 มกราคม 2569 — ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ภาคอีสานที่ตลาดเซฟวัน จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา ประกาศจุดยืนเร่งรัดโครงการ รถไฟความเร็วสูง ให้แล้วเสร็จอย่างปลอดภัย ควบคู่การยกระดับการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน โดยมี คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ร่วมเวที ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่เข้าร่วมรับฟังวิสัยทัศน์การพัฒนาอีสานด้วยโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจใหม่ และการศึกษาเป็นหัวใจหลัก
ดร.เอ้ประกาศเร่งรถไฟความเร็วสูง คืนศักดิ์ศรีคนอีสาน
ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ กล่าวบนเวทีว่า ความยากจนของภาคอีสานต้องยุติได้ หากรัฐจริงจังกับโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงที่ล่าช้ามายาวนาน พร้อมประกาศอาสาเข้ามากำกับดูแลโครงการด้วยตนเอง หากได้รับความไว้วางใจเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อให้การก่อสร้างเป็นไปตามมาตรฐาน มีความปลอดภัย และเสร็จตรงเวลา
เขาระบุว่า หากโครงการยังล่าช้า โดยเฉพาะช่วงผ่านจังหวัดนครราชสีมา จะส่งผลกระทบต่อทั้งภูมิภาค และตอกย้ำความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ พร้อมย้ำว่ารถไฟความเร็วสูงไม่ใช่เพียงระบบขนส่ง แต่คือเครื่องมือดึงงาน ดึงอุตสาหกรรม และรายได้กลับสู่คนอีสานอย่างแท้จริง
หยิบโศกนาฏกรรมเครนถล่ม เตือนรัฐต้องรับผิดชอบ
บนเวทีเดียวกัน ดร.เอ้ยังกล่าวถึงเหตุโศกนาฏกรรมเครนก่อสร้างรถไฟถล่มในพื้นที่อำเภอสีคิ้ว ซึ่งคร่าชีวิตแรงงานหญิงวัย 25 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น โดยชี้ว่ากรณีดังกล่าวสะท้อนปัญหาการบริหารจัดการที่ล้มเหลวและการละเลยมาตรฐานความปลอดภัย
ในฐานะวิศวกร ดร.เอ้ย้ำว่า โครงสร้างพื้นฐานที่ไม่มีคุณภาพ ไม่เพียงทำให้โครงการล่าช้า แต่ยังพรากชีวิตและความฝันของประชาชน พร้อมตั้งคำถามว่าเหตุใดความสูญเสียเช่นนี้จึงเกิดซ้ำซากกับแรงงานอีสาน และยืนยันว่าจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก หากตนมีอำนาจกำกับดูแลอย่างจริงจัง
เตือนซื้อเสียงเท่ากับโกงอนาคตลูกหลาน
อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจ คือคำเตือนของ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ต่อประชาชนเรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียง โดยกล่าวว่า การรับเงินเลือกตั้งไม่ใช่เพียงการโกงประเทศ แต่คือการโกงอนาคตของลูกหลาน เพราะเงินดังกล่าวจะย้อนกลับมาในรูปของโครงการที่ไม่ได้มาตรฐานและการศึกษาที่ไม่พัฒนา
เขาขอให้ประชาชนเลือกทั้ง “คนและพรรค” เบอร์ 49 เพื่อให้พรรคไทยก้าวใหม่มีพลังเพียงพอในการนำทีมผู้เชี่ยวชาญระดับโลก เข้ามาแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และสร้างอุตสาหกรรมใหม่ในภาคอีสานอย่างเป็นรูปธรรม
คุณหญิงกัลยาชูการศึกษาและ “ชุมแพโมเดล” แก้จนยั่งยืน
ด้าน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กล่าวถึงการลงพื้นที่หลายจังหวัดในภาคอีสานว่า พบเด็กและเยาวชนจำนวนมากมีความฝันแต่ขาดโอกาส พร้อมย้ำแนวคิด “เรียนฟรีจริง” ตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงปริญญาเอก โดยชี้ว่าจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดลง ทำให้รัฐสามารถใช้งบประมาณเดิมดูแลการศึกษาของลูกหลานได้ทั่วถึงยิ่งขึ้น
คุณหญิงกัลยายังเสนอ “ชุมแพโมเดล” ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถยกระดับรายได้เกษตรกรได้จริง โดยมุ่งสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก พร้อมย้ำว่าการศึกษาคือปากท้องของครอบครัว และเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำในระยะยาว
ย้ำการศึกษาเป็นเศรษฐกิจ เปิดทางอุตสาหกรรมใหม่สู่อีสาน
ดร.เอ้กล่าวปิดท้ายว่า ภาคอีสานมีศักยภาพสูงสำหรับอุตสาหกรรมไฮเทคและโรงงานแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ หากมีโครงสร้างพื้นฐานและบุคลากรที่มีคุณภาพ พร้อมย้ำว่าพรรคไทยก้าวใหม่ไม่ขายฝัน แต่ใช้ความรู้ เทคโนโลยี และคนมืออาชีพ แก้ปัญหาความยากจน คอร์รัปชัน และความเหลื่อมล้ำอย่างตรงจุด
เขาระบุว่า เด็กอีสานคือแรงงานที่ขยันที่สุดของประเทศ แต่ไม่เคยได้ผลตอบแทนที่เป็นธรรม จึงถึงเวลาต้องสร้างงานคุณภาพและรายได้สูงในภูมิภาค พร้อมตอกย้ำแนวคิดสำคัญว่า “การศึกษาคือเศรษฐกิจ และการศึกษาคือยาแก้จน”


