นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคโอกาสใหม่ แสดงวิสัยทัศน์บนเวที NATION ELECTION 2569: จุดเปลี่ยนประเทศไทย ภาคตะวันออก ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่ามีความผูกพันกับพรรคการเมืองทุกขั้ว ทั้งสีน้ำเงิน สีส้ม และสีแดง พร้อมเปิดทางจับมือร่วมรัฐบาลโดยไม่ตั้งกำแพงทางการเมือง พร้อมประกาศจุดยืนเดินหน้าดับเครื่องชนกลุ่มทุนที่สร้างมลพิษ ผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนภาคตะวันออกอย่างเป็นรูปธรรม
วิสัยทัศน์ภาคตะวันออก จากพื้นที่รุ่งเรืองสู่ปัญหามลพิษซ่อนเร้น
นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ ระบุว่า ภาคตะวันออกเป็นพื้นที่ที่มีความเจริญทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม แต่ในอีกด้านหนึ่งกลับมีปัญหามลพิษสะสม ทั้งสารพิษและฝุ่นละอองจากโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของแรงงานและประชาชนในพื้นที่ โดยยกตัวอย่างกรณีแรงงานในนิคมอุตสาหกรรมที่เจ็บป่วยจนเสียชีวิต ซึ่งสะท้อนความเหลื่อมล้ำด้านคุณภาพชีวิตอย่างชัดเจน
แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคโอกาสใหม่ย้ำว่า หากได้เป็นรัฐบาล จะเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาดให้มีผลบังคับใช้จริง ควบคู่กับการวางระบบกำจัดขยะและน้ำเสียที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับระบบสาธารณสุขในภาคตะวันออก ให้มีโรงพยาบาลคุณภาพ ลดการส่งต่อผู้ป่วยเข้ากรุงเทพมหานคร
ชูนโยบายสุขภาพ–สังคม รับมือสังคมสูงวัยและประชากรลดลง
นายแพทย์ทศพร กล่าวถึงสถานการณ์ประชากรไทยที่กำลังเผชิญวิกฤต โดยระบุว่าปีที่ผ่านมา จำนวนประชากรที่เสียชีวิตมากกว่าการเกิดถึง 100,000 คน และคาดว่าในอีก 60 ปีข้างหน้า ประชากรไทยอาจลดลงเหลือเพียง 33 ล้านคน ซึ่งเป็นความท้าทายเชิงโครงสร้างของประเทศ
พรรคโอกาสใหม่จึงให้ความสำคัญกับการดูแลกลุ่มเปราะบางและผู้สูงอายุ เพื่อสร้างหลักประกันด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตให้ดีที่สุด รวมถึงการจัดตั้งศูนย์อาชีวะอนามัยสำหรับดูแลผู้ที่เจ็บป่วยจากการทำงาน เพื่อให้ครอบครัวและลูกหลานสามารถทำงานได้อย่างมั่นคง
เดินหน้ากระจายอำนาจ ให้ประชาชนกำหนดอนาคตตนเอง
หนึ่งในนโยบายสำคัญที่ นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ เน้นย้ำ คือการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิเลือกผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ปกครองท้องถิ่นด้วยตนเอง เพื่อให้การบริหารจัดการพื้นที่สอดคล้องกับปัญหาและบริบทในแต่ละจังหวัด
เขาระบุว่าการกระจายอำนาจไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร แต่ยังเป็นการเสริมสร้างประชาธิปไตยฐานราก ทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของพื้นที่ตนเองอย่างแท้จริง
ลั่นใช้มาตรการเด็ดขาด ปิดโรงงานพิษ–ไม่เกรงใจทุน
เมื่อถูกตั้งคำถามถึงการแก้ปัญหามลพิษและโรงงานผิดกฎหมาย นายแพทย์ทศพร ยืนยันว่าจำเป็นต้องใช้มาตรการที่เข้มงวดและเด็ดขาด โดยโรงงานที่ปล่อยมลพิษต้องถูกสั่งปิดทันที และหากเป็นผู้ประกอบการต่างชาติที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย อาจต้องพิจารณาให้ออกจากประเทศ
พร้อมเสนอให้ปรับโครงสร้างการลงทุนจากอุตสาหกรรมอันตรายไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียวและอุตสาหกรรมเชิงสุขภาพ โดยกำหนดเงื่อนไขให้นักลงทุนต่างชาติคำนึงถึงสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนไทยเป็นหลัก
ดันท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ–ปรับเกมรถไฟภาคตะวันออก
ในประเด็นการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว นายแพทย์ทศพร มองว่าประเทศไทยยังมีจุดแข็งด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ด้วยบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณภาพระดับโลก แต่ต้องไม่มุ่งขายการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว หากต้องพัฒนาระบบผลิตแพทย์และพยาบาลให้เพียงพอกับการดูแลประชาชนไทยควบคู่กัน
ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูงภาคตะวันออก เขาเสนอให้กระทรวงคมนาคมเรียกผู้เกี่ยวข้องมาหารืออย่างจริงจัง เพื่อหาทางออกแบบวิน-วิน และไม่ปิดกั้นทางเลือกในการปรับเป็นรถไฟรางคู่ หากช่วยลดความล่าช้าและเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยต้องไม่ซ้ำรอยปัญหาความปลอดภัยในอดีต
เปิดใจ “วันทอง 3 ใจ” พร้อมจับมือทุกสีการเมือง
ช่วงท้าย นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ กล่าวถึงการร่วมรัฐบาลว่า ตนมีความผูกพันกับพรรคการเมืองหลักทุกขั้ว ทั้งพรรคสีน้ำเงิน สีส้ม และสีแดง โดยยอมรับว่ารู้จักและเคารพ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขณะเดียวกันก็มีอุดมการณ์ร่วมกับพรรคสายประชาธิปไตย และเคยต่อสู้ทางการเมืองร่วมกับพรรคเพื่อไทยมาตั้งแต่ยุคไทยรักไทย
เขาระบุว่า นี่ไม่ใช่วันทองสองใจ แต่เป็น “วันทองสามใจ” ที่พร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่าย หากเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ


