ความขัดแย้งทางการเมืองทวีความเข้มข้นขึ้น เมื่อ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการ พรรคเพื่อไทย ยื่นฟ้อง นายศุภชัย ใจสมุทร ฝ่ายกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย ต่อศาลอาญา ในข้อหาหมิ่นประมาทและฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง จากกรณีการวิพากษ์วิจารณ์การลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กับบริษัทจากประเทศสิงคโปร์ โดยมองว่าเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง มีเจตนาใส่ร้ายให้ตนและพรรคเสียหายในช่วงใกล้การเลือกตั้ง ล่าสุดศาลรับคำฟ้องไว้แล้ว ท่ามกลางข้อกล่าวหาการใช้กลไกรัฐเอื้อประโยชน์ทางการเมืองที่เพื่อไทยออกมาเปิดเผยเพิ่มเติม
ประเสริฐยื่นฟ้องศุภชัย ชี้บิดเบือนข้อมูล MOU ดีอี
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เปิดเผยเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 ที่ทำการพรรคเพื่อไทยว่า ได้ยื่นฟ้อง นายศุภชัย ใจสมุทร ต่อศาลอาญา ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม ในข้อหาหมิ่นประมาท และความผิดตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 75 (5) ซึ่งขณะนี้ศาลมีคำสั่งรับคำฟ้องไว้พิจารณาแล้ว
นายประเสริฐระบุว่า การแถลงข่าวและการเผยแพร่ข้อมูลผ่านเพจพรรคภูมิใจไทย เป็นการกล่าวหาตนว่ากระทำผิดกฎหมายจากการลงนามเอ็มโอยู ทั้งที่เป็นข้อความอันเป็นเท็จ และมีเจตนาชัดเจนในการทำให้ตนและพรรคเพื่อไทยเสียหาย โดยเฉพาะในช่วงที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งนักกฎหมายย่อมทราบดีว่าการใส่ร้ายในลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง
โต้หนังสือเรียกชี้แจงดีอี มองเป็นเกมดิสเครดิต
นายประเสริฐยังกล่าวถึงกรณีที่ได้รับหนังสือจากกระทรวงดีอี ให้เข้าไปชี้แจงการลงนามเอ็มโอยู โดยเห็นว่าเป็นความพยายามดิสเครดิตทางการเมือง เนื่องจากหนังสือถูกส่งถึงตนเมื่อวันที่ 21 มกราคม และให้เข้าไปชี้แจงในวันที่ 22 มกราคม ซึ่งมีเวลาเพียง 1 วัน ไม่เพียงพอสำหรับการเตรียมเอกสารและข้อมูลอย่างรอบด้าน
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงคณะกรรมการที่ถูกแต่งตั้งขึ้นมาพิจารณาเรื่องดังกล่าวว่า ส่วนใหญ่เป็นบุคคลจากฝ่ายการเมือง จึงตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการทั้งหมด พร้อมย้ำว่าการดำเนินการเช่นนี้สะท้อนความพยายามนำกลไกรัฐมาใช้โจมตีฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง
ภูมิธรรมเตือนข้าราชการ วางตัวเป็นกลาง อย่าเอื้อเลือกตั้ง
ด้าน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ แถลงว่า ขณะนี้มีสัญญาณการใช้กลไกข้าราชการเพื่อเอื้อประโยชน์ให้บางพรรคการเมืองในการเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นเรื่องร้ายแรงและบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย
นายภูมิธรรมระบุว่า พรรคได้รับรายงานทั้งทางการและไม่เป็นทางการ ว่ามีข้าราชการระดับพื้นที่ถูกเรียกไปประชุมร่วมกับฝ่ายการเมือง และมีการมอบหมายให้นำสัญลักษณ์หรือสิ่งของของพรรคการเมืองไปแจกจ่ายให้ประชาชน โดยไม่เกรงกลัวกฎหมายเลือกตั้ง พร้อมเตือนว่าหากมีหลักฐานชัดเจน พรรคจะดำเนินการตรวจสอบและไม่ปล่อยให้เรื่องเงียบหาย
เพื่อไทยปูดข้อมูลร้องเรียนเลือกตั้ง พบพิรุธ 26 จังหวัด
ขณะที่ นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ศูนย์ปราบโกงการเลือกตั้งของพรรคได้รับเรื่องร้องเรียนแล้วประมาณ 61 เรื่อง โดยส่วนใหญ่เป็นกรณีแจกทรัพย์สินและใส่ร้ายด้วยข้อมูลเท็จ ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง
นายชูศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า พบว่ามีถึง 26 จังหวัด ที่มีจำนวนผู้ลงทะเบียนเพิ่มขึ้นผิดปกติจากการเลือกตั้งปี 2566 มากกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ อาทิ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ขอนแก่น และนครศรีธรรมราช จึงขอให้ กกต. เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ และจะประสานให้ผู้สมัคร สส. แต่งตั้งผู้สังเกตการณ์ในวันเลือกตั้งล่วงหน้า 1 กุมภาพันธ์นี้


