การเลือกตั้งปี 2569 เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย นาย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ดรีมทีมเศรษฐกิจและผู้ช่วยหาเสียงพรรค ภูมิใจไทย ลงพื้นที่ตลาดสามย่านเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 เพื่อติดตามเสียงสะท้อนจากประชาชนและพ่อค้าแม่ค้า พร้อมวิพากษ์นโยบายประชานิยมของบางพรรคที่เน้นเอาใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งแต่ขาดความรับผิดชอบด้านวินัยการเงินการคลัง ยืนยันนโยบายเศรษฐกิจของภูมิใจไทยเป็นนโยบายที่ทำได้จริง ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า มุ่งเพิ่มศักยภาพคนไทยและฟื้นเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
ลงพื้นที่ตลาดสามย่าน รับฟังเสียงสะท้อนเศรษฐกิจฐานราก
นาย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดสามย่านว่า กระแสตอบรับจากประชาชนเป็นไปในทิศทางที่ดี โดยนอกจากการพบปะพูดคุยแล้ว ยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของพรรค โดยเฉพาะโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ที่ประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อยยังคงจดจำได้เป็นอย่างดี
เขาระบุว่า ตลาดสามย่านเคยมีความคึกคักอย่างมากในช่วงดำเนินโครงการคนละครึ่งพลัส และประชาชนจำนวนไม่น้อยแสดงความหวังให้โครงการดังกล่าวกลับมาอีกครั้ง หากพรรคภูมิใจไทยมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล โดยย้ำว่านโยบายเศรษฐกิจควรถูกออกแบบให้มีความต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงมาตรการระยะสั้น
คนละครึ่งพลัส-บัตรสวัสดิการพลัส ผสานนโยบายเพื่อความต่อเนื่อง
นายเอกนิติอธิบายว่า แนวคิดหลักของพรรคภูมิใจไทยคือการผสานโครงการ คนละครึ่งพลัส เข้ากับ บัตรสวัสดิการพลัส เพื่อสร้างความต่อเนื่องของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยผู้มีรายได้น้อยจะไม่ต้องร่วมจ่ายในรูปแบบคนละครึ่ง ขณะที่ร้านค้าสามารถขายสินค้าได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่จำกัดเฉพาะร้านธงฟ้าเหมือนในอดีต
ในประเด็นการลงทะเบียน นายเอกนิติยอมรับว่าครั้งที่ผ่านมา มีประชาชนบางส่วนพลาดสิทธิ์เนื่องจากระยะเวลาดำเนินโครงการค่อนข้างสั้น เพราะรัฐบาลมีเวลาบริหารเพียงราว 2 เดือนครึ่งก่อนยุบสภา อย่างไรก็ตาม หากมีโอกาสกลับมาดำเนินนโยบายอีกครั้ง ระบบจะมีความพร้อมมากขึ้นและประชาชนส่วนใหญ่จะสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิม
เพิ่มทักษะขายออนไลน์ ดันคำว่า “พลัส” ให้เกิดผลจริง
หนึ่งในจุดเด่นของนโยบายคนละครึ่งพลัสที่นายเอกนิติย้ำ คือการเพิ่มทักษะให้ผู้ค้าและประชาชนสามารถขายสินค้าออนไลน์ได้ ไม่จำกัดอยู่แค่การค้าขายในตลาด ซึ่งจะช่วยขยายฐานลูกค้าและเพิ่มรายได้ในระยะยาว
จากการลงพื้นที่ครั้งนี้ เขายกตัวอย่างร้านค้าที่มีไรเดอร์มาต่อคิวรับสินค้าเป็นจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของการเชื่อมต่อการค้าระหว่างออฟไลน์และออนไลน์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของคำว่า “พลัส” ในเชิงเศรษฐกิจยุคใหม่
ชูนโยบายดูแลผู้สูงอายุ-ชุมชน ลดการกระจุกตัวในเมืองใหญ่
นายเอกนิติยังกล่าวถึงนโยบายอื่นของพรรคภูมิใจไทย เช่น โครงการ สูงวัยพลัส ที่มุ่งพัฒนาทักษะอาชีพให้ผู้เกษียณอายุสามารถสร้างรายได้และเข้าสู่โลกการขายออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงโครงการ ชุมชนพลัส ที่ตั้งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ลดความจำเป็นในการย้ายถิ่นฐานเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ
เขามองว่านโยบายเหล่านี้ไม่เพียงช่วยสร้างรายได้ แต่ยังช่วยเสริมความเข้มแข็งของครอบครัวและชุมชน ซึ่งเป็นฐานสำคัญของโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
วิจารณ์ประชานิยมไร้วินัย ย้ำใช้งบคุ้มค่าเงินภาษี
ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง นายเอกนิติแสดงความเห็นต่อกระแสนโยบายประชานิยมของบางพรรคว่า แม้อาจได้รับความนิยมจากประชาชน แต่ขาดความรับผิดชอบต่อวินัยการเงินการคลังและอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว
เขายืนยันว่า นโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยเป็นนโยบายที่ผ่านการคำนวณความคุ้มค่า ใช้งบประมาณน้อยเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้ โดยงบประมาณทุกบาทคือเงินภาษีของประชาชนที่ต้องนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมแสดงความมั่นใจว่านโยบายของพรรคจะช่วยฟื้นเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม


