พรรคเพื่อไทย ออกโรงชี้แจงท่าทีการเข้าร่วมรัฐบาลกับ พรรคภูมิใจไทย ภายหลังผลเลือกตั้งล่าสุด โดยเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 แกนนำพรรคอย่าง ภูมิธรรม เวชยชัย และ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ยืนยันว่าการตัดสินใจดังกล่าวมุ่งหวังให้ได้ลงมือแก้ปัญหาประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม แม้ไม่ได้เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พร้อมย้ำยังคงมีจุดยืนอิสระ และจะเดินหน้าประเด็น “เขากระโดง” และข้อกล่าวหา “ฮั้ว สว.” ต่อไปภายใต้ข้อจำกัดของเสียงในสภา
ภูมิธรรมย้ำ เข้าร่วมรัฐบาลเพื่อได้ลงมือทำจริง
ภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว อธิบายเหตุผลการตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยว่า การเมืองในระบอบประชาธิปไตยย่อมมีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่คำถามสำคัญคือประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรจากการตัดสินใจครั้งนี้
เขาระบุว่า การเป็นฝ่ายค้านอาจสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้เต็มที่ แต่การเป็นรัฐบาลคือโอกาสในการผลักดันนโยบายให้เกิดผลจริง ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องประชาชน ปัญหายาเสพติด ความมั่นคง และความเหลื่อมล้ำ พร้อมย้ำว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่ประเด็นศักดิ์ศรีของพรรค หากแต่เป็นความรับผิดชอบต่อประเทศ
แกนนำเพื่อไทยยังยืนยันว่า พรรคพร้อมรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้สนับสนุน และจะนำความเห็นต่างไปปรับยุทธศาสตร์การทำงาน โดยย้ำว่าการใช้อำนาจรัฐต้องยึดประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก
จุลพันธ์ชี้ ผลเลือกตั้งสะท้อนเสียงประชาชน
ด้าน จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ระบุว่า พรรคทำงานหาเสียงเต็มกำลังเพื่อนำเสนอนโยบาย แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาและพรรคไม่ได้เสียงมากพอ ก็ต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน และนำผลลัพธ์ดังกล่าวกลับไปทบทวนปรับปรุง
เขากล่าวว่า การที่พรรคภูมิใจไทยได้รับเสียงสนับสนุนเป็นอันดับหนึ่ง ถือเป็นฉันทามติของประชาชนในระบบรัฐสภา พรรคฝ่ายค้านอันดับสามอย่างเพื่อไทยจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าจะเลือกบทบาทใดจึงจะเกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด
จุลพันธ์ย้ำว่า การร่วมรัฐบาลไม่ได้หมายความว่าพรรคจะสูญเสียอัตลักษณ์หรือกลายเป็นส่วนหนึ่งของพรรคภูมิใจไทย แต่ยังคงรักษาจุดยืน อุดมการณ์ และขอบเขตการทำงานร่วมกันไว้อย่างชัดเจน
เดินหน้า “เขากระโดง” ภายใต้ข้อจำกัดเสียงข้างมาก
ในประเด็นคดี “เขากระโดง” และข้อกล่าวหา “ฮั้ว สว.” ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นร้อนทางการเมือง จุลพันธ์ยืนยันว่า พรรคจะเดินหน้าต่อ แม้จะไม่ได้เป็นแกนนำรัฐบาลและไม่ได้ครองเสียงข้างมากในสภา
เขามองว่า ผลเลือกตั้งสะท้อนว่าประชาชนอาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับประเด็นดังกล่าวเป็นลำดับต้นๆ หากประชาชนต้องการให้พรรคมีอำนาจเต็มในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ ก็คงต้องมอบเสียงสนับสนุนอย่างถล่มทลายมากกว่านี้
อย่างไรก็ตาม พรรคยืนยันว่าจะใช้ทุกเสียงที่ได้รับมาทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และพร้อมรับการตัดสินจากประชาชนอีกครั้งในการเลือกตั้งครั้งหน้า หากการตัดสินใจครั้งนี้ไม่เป็นไปตามความคาดหวังของสังคม

