เสรีพิศุทธ์ร้องสอบจริยธรรมอนุทิน ปมตั้งธรรมนัส

ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินส่งศาล รธน.วินิจฉัยคุณสมบัติรัฐมนตรี

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรี กรณีแต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าเข้าข่ายขาดความซื่อสัตย์สุจริตหรือมีพฤติกรรมผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ พร้อมขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งอาจมีผลต่อความเป็นรัฐมนตรี แม้รัฐบาลอยู่ในสถานะรักษาการหลังการยุบสภา

ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด

การร้องเรียนครั้งนี้มุ่งให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาและส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) ว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของรัฐมนตรี ซึ่งกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าขาดคุณสมบัติ อาจส่งผลให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามมาตรา 170 (4) แม้คณะรัฐมนตรีจะปฏิบัติหน้าที่ในสถานะรักษาการ ทั้งนี้ ประเด็น “จริยธรรมทางการเมือง” ถือเป็นกลไกตรวจสอบสำคัญที่ถูกนำมาใช้บ่อยครั้งในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล

เสรีพิศุทธ์ชี้แนวโน้มรวมอำนาจ-ตั้งข้อสังเกตเลือกตั้ง

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ระบุว่า ก่อนหน้านี้ไม่ได้ยื่นร้องเรียน เนื่องจากรู้จักกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นการส่วนตัว แต่เมื่อประเมินทิศทางการเมืองแล้วเห็นแนวโน้มที่อาจนำไปสู่การรวมศูนย์อำนาจ จึงตัดสินใจใช้ช่องทางตามกฎหมายเพื่อให้เกิดการตรวจสอบ

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตต่อกระบวนการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยมองว่าอาจมีปัญหาเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียงและการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ซึ่งอาจกระทบต่อความเป็นอิสระของการเลือกตั้ง พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบประชาธิปไตย

ปฏิเสธเอี่ยวธรรมนัส เสนอแนวทางจัดตั้งรัฐบาล

เมื่อถูกถามว่าการยื่นร้องเรียนจะกระทบต่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ยืนยันว่าการดำเนินการครั้งนี้ทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ และไม่เคยสนับสนุน ร.อ.ธรรมนัส เพียงแต่เคยให้ความเห็นว่าเป็นบุคคลที่ทำงานร่วมกันได้ง่ายกว่าในบางบริบท

ในมิติการจัดตั้งรัฐบาล เสรีพิศุทธ์เสนอว่า ส.ส.ที่ได้รับการรับรองแล้วสามารถรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้ โดยไม่จำเป็นต้องยึดหลักว่าพรรคที่ได้คะแนนสูงสุดต้องเป็นแกนนำเสมอไป พร้อมเสนอให้พรรคการเมืองที่ไม่เห็นด้วยกับการทุจริตรวมตัวกัน และเห็นว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีความเหมาะสมต่อการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

กกต.ถูกจับตา ปมดำเนินคดีกับประชาชนและสื่อ

กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนและสื่อมวลชน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เห็นว่า หน่วยงานควรชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน เปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เพื่อให้กระบวนการเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม

เขายังระบุว่า หากมีการรับรอง ส.ส.บัญชีรายชื่อแล้ว แต่ยังมีข้อกังขาเกี่ยวกับขั้นตอนการเลือกตั้ง อาจพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงกรณีการเปลี่ยนตัวผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 33 ซึ่งเตรียมยื่นตรวจสอบในลำดับถัดไป

“เสือ ดุสิต” มอบตัวคดีรุมทำร้าย ไร้ประกัน ส่งศาลทันที