ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษา พรรคกล้าธรรม เปิดเผยเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ที่โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพมหานคร ว่า พรรคพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านร่วมกับ พรรคประชาชน หากไม่ได้ร่วมรัฐบาล พร้อมย้ำว่านักการเมืองต้องทำงานได้ทุกบทบาท ทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ พร้อมระบุว่าการเมืองไม่มีมิตรแท้หรือศัตรูถาวร พร้อมย้ำแม้ต้องออกจากกระทรวงเกษตรฯ ก็อาจเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ หากมีโอกาสกลับมาจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ย้ำการเมืองไม่มีมิตรแท้ถาวร
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรของ พรรคกล้าธรรม ว่า ขณะนี้ยังไม่มีการหารือภายในพรรค โดยจะมีการประชุมเพื่อกำหนดมติพรรคอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 มีนาคม
เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวว่า พรรคภูมิใจไทย สามารถปิดดีลจัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว และได้มีการพูดคุยกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ เจ้าตัวตอบว่ายังไม่ได้มีการพูดคุยกัน
เขาย้ำว่า นักการเมืองต้องทำหน้าที่ได้ทุกสถานะ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน เพราะสิ่งสำคัญคือการทำหน้าที่ผู้แทนของประชาชนอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ยังได้กำชับ สส.ของพรรคจำนวน 58 คน ให้เดินหน้าทำงานในพื้นที่ต่อไป แม้ไม่ได้ร่วมรัฐบาล โดยเครือข่ายที่สร้างมานานกว่า 7-8 ปี จะต้องยังสามารถประสานงานและช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้
เปิดทางทำงานร่วม “พรรคประชาชน” หากเป็นฝ่ายค้านร่วมกัน
สำหรับคำถามถึงความเป็นไปได้ในการทำงานร่วมกับ พรรคประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีความขัดแย้งทางการเมืองกัน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ระบุว่า มิตรภาพทางการเมืองไม่จีรัง
เขาอธิบายว่า นักการเมืองที่เคยร่วมทางกันวันหนึ่งอาจแยกทาง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นศัตรูกันเสมอไป แม้บางครั้งจะมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน แต่เมื่อถึงเวลาทำงานร่วมกันก็ต้องยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก
ทั้งนี้ เขาย้ำว่าการทำหน้าที่ฝ่ายค้านต้องมีหลักการ ไม่ใช่การคัดค้านทุกเรื่อง หากนโยบายของรัฐบาลมีประโยชน์ต่อประชาชนก็ไม่ควรคัดค้านเพียงเพื่อการเมือง
เมื่อถูกถามว่าจะมีการพูดคุยกับ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนหรือไม่ เขาระบุว่าตนไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค จึงให้เกียรติการตัดสินใจของหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรค โดย นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้เริ่มหารือกับทีมบริหารพรรคแล้ว
ปัดข่าวการเมืองสกัดพรรคกล้าธรรม ย้ำชัยชนะเลือกตั้งไม่การันตีอำนาจ
ต่อข้อสังเกตจากนักวิชาการว่าพรรคกล้าธรรมไม่ได้ร่วมรัฐบาลเพราะถูกสกัดทางการเมือง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ระบุว่าไม่ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าว พร้อมย้อนถามว่า “นักวิชาการใช่ไหมครับ อันนั้นไม่รู้จริง”
เขายังกล่าวถึงบทเรียนทางการเมืองว่า แม้พรรคจะได้ สส.จำนวนมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้เป็นรัฐบาล เพราะปัจจัยสำคัญคือการจัดตั้งเสียงข้างมากในสภา
ส่วนกรณีที่ นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ระบุว่าการไม่ได้ร่วมรัฐบาลอาจเป็นความพยายามสกัดการเติบโตของพรรค เจ้าตัวระบุว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของนายไผ่
เมื่อมีการตั้งข้อสังเกตว่าความสัมพันธ์กับพรรคภูมิใจไทยอาจสะดุดจากการส่งผู้สมัครแข่งขันกันในเขตเดียวกัน ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า “ถ้าไม่แข่งกันเอง ก็ฮั้วกันสิครับ”
ส่งสัญญาณอาจหวนคืนกระทรวงเกษตรฯ หากมีโอกาส
ก่อนหน้านี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้กล่าวในเวทีประชุมสัมมนาของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า อาจจากตำแหน่งไปไม่นาน และอาจมีโอกาสกลับมาทำงานอีก
เขาอธิบายว่า การเมืองเป็นเรื่องไม่แน่นอน พรรคที่ได้อันดับหนึ่งอาจไม่ได้เป็นรัฐบาลเสมอไป เช่นเดียวกับรัฐบาลที่จัดตั้งขึ้นก็อาจไม่ได้อยู่ครบวาระ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผลงานและการบริหารประเทศ
นอกจากนี้ยังฝากถึงข้าราชการในกระทรวงเกษตรฯ ให้ตระหนักถึงบทบาทของการเป็น “ข้าของแผ่นดิน” ที่ต้องทำงานเพื่อประชาชน โดยตำแหน่งทางการเมืองอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แต่ข้าราชการยังคงต้องทำหน้าที่รับใช้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงท้ายของการให้สัมภาษณ์ เขายังกล่าวติดตลกกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่ต้องไปรอสัมภาษณ์หน้ากระทรวงเกษตรฯ แล้ว ขณะที่เมื่อถูกถามว่าพรรคประชาชนคาดหวังให้พรรคกล้าธรรมเป็นฝ่ายค้านเชิงรุกหรือไม่ เจ้าตัวตอบว่า “ผมไม่ใช่ฝ่ายค้านฝ่ายแค้น ผมมีคุณธรรมพอ”


