ความคืบหน้ากรณีการพักโทษของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ล่าสุดมีรายงานว่า ชื่อของเขาอยู่ในกลุ่มผู้ต้องขังประมาณ 500 ราย ที่เข้าเกณฑ์พิจารณาพักโทษ โดยเรือนจำกลางคลองเปรมเตรียมประชุมคณะกรรมการช่วงปลายเดือนมีนาคม 2569 ก่อนเสนอรายชื่อเข้าสู่กระบวนการของกรมราชทัณฑ์และกระทรวงยุติธรรม หากผ่านการเห็นชอบ ทักษิณมีแนวโน้มได้รับการปล่อยตัวภายใต้การคุมประพฤติในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 หลังรับโทษครบ 2 ใน 3 ของโทษจำคุก
ขั้นตอนพักโทษ เดินหน้าตามกระบวนการราชทัณฑ์
แหล่งข่าวจากกระบวนการยุติธรรมระบุว่า การพิจารณาพักโทษครั้งนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ “การพักการลงโทษกรณีทั่วไป” ซึ่งใช้กับผู้ต้องขังที่รับโทษครบตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด และมีพฤติกรรมเหมาะสม
ในขั้นตอนแรก คณะกรรมการระดับเรือนจำจะพิจารณาคุณสมบัติของผู้ต้องขัง ก่อนส่งรายชื่อไปยังคณะกรรมการระดับกรมราชทัณฑ์ และคณะกรรมการระดับกระทรวงยุติธรรมตามลำดับ เพื่อพิจารณาเห็นชอบขั้นสุดท้าย โดยมีกำหนดหารือภายในช่วงสิ้นเดือนมีนาคมนี้
เข้าเกณฑ์ครบ 2 ใน 3 ลุ้นปล่อยตัว 11 พฤษภาคม
ปัจจุบัน ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกคุมขังมาแล้วกว่า 6 เดือน และจะครบกำหนดรับโทษ 2 ใน 3 ของโทษจำคุก 1 ปี ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าสู่กระบวนการพักโทษ
หากผ่านการอนุมัติ ทักษิณจะได้รับการปล่อยตัวภายใต้เงื่อนไขคุมประพฤติ โดยเจ้าหน้าที่จะติดตามพฤติกรรมและการใช้ชีวิตภายนอกเรือนจำตามระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ การประเมินยังครอบคลุมถึงความเสี่ยงในการกระทำผิดซ้ำ และความเหมาะสมของสถานที่พักอาศัย
ครอบครัวเข้าเยี่ยมต่อเนื่อง เผยสุขภาพแข็งแรง
ในช่วงเช้าวันเดียวกัน พานทองแท้ ชินวัตร พร้อมภรรยา และ วิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมทักษิณที่เรือนจำกลางคลองเปรม นับเป็นการเยี่ยมครั้งที่ 50 ท่ามกลางกลุ่มผู้สนับสนุนที่มารอให้กำลังใจ
ภายหลังการเยี่ยม พานทองแท้เปิดเผยว่า บิดายังคงมีสุขภาพแข็งแรงดี และบรรยากาศการพูดคุยเป็นไปด้วยดี โดยส่วนใหญ่พูดคุยเรื่องครอบครัวและหลาน มากกว่าประเด็นทางการเมือง พร้อมยอมรับว่าครอบครัวกำลังนับถอยหลังสู่วันได้รับอิสรภาพ
เร่งตรวจสอบเงื่อนไขพักโทษ ก่อนชี้ขาด
เจ้าหน้าที่คุมประพฤติและราชทัณฑ์อยู่ระหว่างการสืบเสาะข้อมูลสำคัญ อาทิ สถานที่พักอาศัย ผู้ค้ำประกัน และความปลอดภัยของชุมชนโดยรอบ เพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติพักโทษ
กระบวนการดังกล่าวถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการประเมินความพร้อมของผู้ต้องขังก่อนกลับสู่สังคม โดยมีเป้าหมายลดความเสี่ยงในการกระทำผิดซ้ำ และสร้างความมั่นใจต่อสาธารณชน

