สภาคึกคัก สส.ซื้อข้าวกินเอง จ่อถกยกเลิกอาหารฟรี

บรรยากาศที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 เป็นไปอย่างคึกคัก หลังเกิดกระแสเรียกร้องลดงบประมาณอาหารกลางวันของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ส่งผลให้ สส.หลายพรรคเริ่มปรับพฤติกรรม หันมาซื้ออาหารรับประทานเองหรือพกปิ่นโตจากบ้าน ขณะที่ โสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ลงมาร่วมซื้ออาหารในโรงอาหารด้วยตนเอง พร้อมเตรียมนัดหารือร่วมพรรคการเมืองในวันที่ 30 มีนาคมนี้ เพื่อพิจารณาแนวทางสวัสดิการอาหารกลางวัน สส. ท่ามกลางแรงกดดันด้านความเหมาะสมในการใช้เงินภาษีประชาชน

กระแสกดดันงบอาหาร จุดเปลี่ยนพฤติกรรม สส.

ภายหลังสังคมตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของงบประมาณอาหารกลางวันในรัฐสภา พรรคฝ่ายค้านและภาคประชาชนต่างเรียกร้องให้มีการทบทวนการใช้จ่ายดังกล่าว ส่งผลให้หลายพรรคการเมืองเริ่มปรับตัว โดยเฉพาะการรณรงค์ให้ สส.รับผิดชอบค่าอาหารด้วยตนเอง

บรรยากาศในห้องอาหารรัฐสภาช่วงเที่ยงวันเดียวกัน พบว่า สส.จำนวนมากลงมาซื้ออาหารเอง ขณะที่บางส่วนพกปิ่นโตมาจากบ้าน สะท้อนความพยายามปรับภาพลักษณ์และตอบสนองต่อเสียงสะท้อนของสังคมในประเด็นการใช้เงินภาษี

“โสภณ” ลงพื้นที่เอง เตรียมหารือ 30 มี.ค.

ด้าน โสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เปิดเผยว่า ตนเองลงมารับประทานอาหารที่โรงอาหารเป็นประจำตั้งแต่เปิดสมัยประชุม พร้อมระบุว่าอาหารมีคุณภาพและบรรยากาศเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสวัสดิการอาหารกลางวันยังต้องหารือร่วมกันในระดับนโยบาย โดยได้กำหนดนัดประชุมกับพรรคการเมืองในวันที่ 30 มีนาคมนี้ เพื่อหาข้อสรุปว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ทั้งในแง่การปรับลดหรือยกเลิกสิทธิ์ดังกล่าว

สส.สะท้อนมุมมอง ใช้เงินภาษีต้องคำนึงประชาชน

ในฝั่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลายคนสะท้อนมุมมองที่สอดคล้องกันว่า การเลือกรับประทานอาหารที่รัฐสภาจัดให้หรือซื้อเองควรเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อเงินภาษีของประชาชน

การพกปิ่นโตหรือซื้ออาหารเองจึงถูกมองว่าเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของความเสียสละ และสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณะว่าผู้แทนราษฎรตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของตน

เสียงหนุนยกเลิกอาหารฟรี หวังเห็นรูปธรรม

ขณะเดียวกัน มีความเห็นจากนักการเมืองบางส่วนที่สนับสนุนให้ยกเลิกสวัสดิการอาหารกลางวันโดยสิ้นเชิง โดยมองว่าเป็นแนวทางที่ชัดเจนและตอบโจทย์ความคาดหวังของประชาชนมากที่สุด

ข้อเสนอให้ยกเลิกอาหารฟรีในรัฐสภาถูกหยิบยกมาถกเถียงหลายครั้งในอดีต แต่ยังไม่สามารถผลักดันให้เกิดผลในทางปฏิบัติได้ ทำให้การประชุมในวันที่ 30 มีนาคมนี้ถูกจับตาว่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่

จับตาผลถกสภา สะท้อนมาตรฐานความโปร่งใส

ประเด็นสวัสดิการอาหารกลางวันของ สส. ไม่เพียงเป็นเรื่องงบประมาณ แต่ยังเชื่อมโยงกับภาพลักษณ์ด้านความโปร่งใสและความรับผิดชอบของฝ่ายนิติบัญญัติ

นักวิเคราะห์มองว่า ผลการหารือครั้งนี้จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า รัฐสภาจะสามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับความคาดหวังของประชาชนได้มากน้อยเพียงใด ในช่วงที่สังคมให้ความสำคัญกับการตรวจสอบการใช้จ่ายภาครัฐมากขึ้น

ระวัง “พิษน้ำมัน” ลามเข้ากระแสเลือด