ชื่อของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไม่เคยห่างหายจากหน้าสื่อ โดยเฉพาะความเข้มข้นในบทบาท ‘ลุงป้อม’ ภายหลังการยึดอำนาจของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อปี 2557
พี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์ เริ่มจากเป็น รองหัวหน้า คสช. และ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
iLaw รายงานว่า ยุค คสช. นับตั้งแต่งบประมาณปี 2557 ถึง 2562 งบประมาณกระทรวงกลาโหมเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5 ปี 4.37% รวมกว่า 1 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า ในรอบ 12 ปี
ปี 2560 ลุงป้อมของพลังประชารัฐ นั่งในตำแหน่ง ประธานคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา ชุดที่ 12 จนได้มาทั้งหมด 250 คน ตามบทเฉพาะกาลมาตรา 269 ในรัฐธรรมนูญ
ปี 2563 พล.อ.ประวิตร ก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และนำพาน้องรัก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้สำเร็จ หลังการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญ 60
ปี 2565 ปม “นายกฯ 8 ปี” ของ พล.อ.ประยุทธ์ มีผลให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส่งผลให้ พล.อ.ประวิตร ในวัย 77 ปีเวลานั้น ได้ขึ้นรักษาการนายกฯ โดยอัตโนมัติ แต่วันที่ 24 ส.ค. 2565
ภารกิจแรกทำงานที่ “บ้านป่า” มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ถ.วิภาวดี-รังสิต
ปี 2566 เลือกตั้งใหญ่ พล.อ.ประวิตร ในวัย 78 ปี แยกกันเดินกับน้องรัก พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศตัวเป็นผู้นำ “ก้าวข้ามความขัดแย้ง” ลงสู้ศึกประชาธิปไตยขอคะแนนเสียงจากประชาชน ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)
“ถ้าเลือก ผมก็เป็น ถ้าไม่เลือก ผมก็ไม่ได้เป็น” เขาตอบ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ในรายการ “กรรมกรข่าวเปิดอกคุย”
ในฐานะคนการเมืองและมากบารมี เขาบอกว่าตัวเองใช้ “ใจบันดาลแรง” และยัง ฟิตเปรี๊ยะ รวมถึงอธิบายเทคนิคบริหารแบบ เร็ว ช้า หนัก เบา
ช้า – ผมเดินช้า
เร็ว – ผมคิดและสั่งการทำงานเร็ว
หนักแน่น – ผมเป็นคนหนักแน่น
ตัวเบา – ผมไม่มีครอบครัว ตัวเบา ทำงานให้ประชาชนได้ ไม่ต้องไปหาอะไรเข้าตัว
อย่างไรก็ตามตอนจบของศึกเลือกตั้ง พลังประชารัฐแพ้ยับได้ ส.ส.มาเพียง 40 คน พล.อ.ประวิตร อกหักไปไม่ถึงฝัน โดย ส.ส.บัญชีรายชื่อหนึ่งเดียวของพรรคก็คือ หัวหน้าป้อม
ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน ส.ค. 67 เดือนเดียวกับที่ พล.อ.ประวิตร เคยนั่งรักษาการนายกฯ ในอดีต เจ้าตัวดูจะเผชิญหน้ากับความผิดหวังและอกหักอีกครั้ง หลังไร้ตำแหน่งในรัฐบาล
ขณะที่ทหารคนสนิทอย่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการ พปชร. ก็พา 18 สส.ของพรรคประกาศอิสรภาพ
“ผมรับใช้คนคนหนึ่ง พรรคหนึ่ง มามากพอสมควร ถึงเวลาที่ต้องเดินออกมา” ร.อ.ธรรมนัส แสดงจุดยืน เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 67
“ไม่ได้ตั้งป้อมว่าทะเลาะกับใคร ผมอยู่กับพรรคตั้งแต่เป็นวุ้น ร่วมสร้างพรรคตั้งแต่ 2562 ถึงวันนี้ ทำดีที่สุดแล้ว”
ด้านอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ก็ออกมาปฏิเสธข่าวลือ พล.อ.ประวิตร ติดต่อมาขอเคลียร์ใจเพื่อร่วมรัฐบาล
“ยังไม่เคยได้ยินเสียงพล.อ.ประวิตร ได้ยินแค่เสียงที่รอดมาจากโทรศัพท์หัวหน้าพรรคอื่น”
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
น่าสนใจว่าหลังจากนี้พี่ใหญ่จะเลือกเดินทางไหน ?
สำหรับทรัพย์สินของ พล.อ.ประวิตร จากการเปิดเผยของ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 5 กันยายน 66
หนุ่มใหญ่ที่แจ้งสถานะโสด มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 89,214,637.10 บาท หนี้สินจากเงินเบิกเกินบัญชี 757.26 บาท
ทรัพย์สินประกอบไปด้วย
– เงินฝาก 9 บัญชี 43,505,397.35 บาท
– เงินลงทุน 4,879,739.75 บาท
– ที่ดิน 3 แปลง มูลค่ารวม 17,000,000 บาท
ยานพาหนะ รถยนต์ 5 คัน มูลค่ารวม 13,600,000 บาท
รถยนต์ยี่ห้อ VOLKSWAGEN รุ่น BEETLE ได้มา 25 ธ.ค. 43 มูลค่า 100,000 บาท
รถยนต์ยี่ห้อ LEXUS รุ่น LS 600H ได้มา 5 ก.ค. 62 มูลค่า 2,500,000 บาท
รถยนต์ยี่ห้อ LEXUS รุ่น LM 300 h ได้มา 27 ส.ค. 63 มูลค่า 4,500,000 บาท
รถยนต์ ยี่ห้อ JAGUAR รุ่น I-PACE AWD HSE ได้มา 28 มิ.ย. 64 มูลค่า 4,000,000 บาท
รถยนต์ ยี่ห้อ MERCEDES BENZ รุ่น V 250 d ได้มา 6 มิ.ย.65 มูลค่า 2,500,000 บาท
ทรัพย์สินอื่น 229,500 บาท ได้แก่ แหวน 9 วง นาฬิกา TW STEEL 1 เรือน มูลค่า 15,000 บาท ปืน 3 กระบอก
พล.อ.ประวิตร แจ้งต่อ ป.ป.ช.ว่า ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด มีรายได้ประจำต่อปี 2,348,316 บาท ได้แก่ เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ 762,540 บาท เงินช่วยค่าครองชีพ 146,736 บาท เงินเดือนรองนายกรัฐมนตรี 893,040 บาท และเงินประจำตำแหน่ง 546,000 บาท แต่ไม่ได้ระบุรายจ่ายต่อปี
อ่านข่าวต้นฉบับ: ‘ป้อม ประวิตร’ หนุ่มโสด ผู้อกหักทางการเมือง ?