ภูมิธรรม จ่อเชิญพรรคร่วม ถกแก้ รธน.รายมาตรา สัปดาห์หน้า

ภูมิธรรม เตรียมเชิญ “พรรคร่วมรัฐบาล” หารือแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา สัปดาห์หน้า บอกต้องเห็นร่วมกันปมจริยธรรม ไม่มีผลย้อนหลัง

วันที่ 19 กันยายน 2567 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการนัดคุยพรรคร่วมรัฐบาล เรื่องแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราว่า เคยพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการบ้างแล้ว แต่บางครั้งรู้สึกว่ามีกฎระเบียบ หรือวิธีปฏิบัติที่บั่นทอนการทำงานหรือการจัดการต่าง ๆ ก็อยากให้การเมืองมีเสถียรภาพ

และต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบให้เกิดความโปร่งใส ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ที่การแก้รัฐธรรมนูญ เพราะมีกฎหมายคุ้มครองอยู่ ซึ่งอย่างไรก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย

นายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า หลายเรื่องเป็นเรื่องที่หมิ่นเหม่ ถ้าดูผิวเผินเหมือนจะเป็นการลดทอนอำนาจขององค์กรตรวจสอบ แต่จริง ๆ ไม่ได้เป็นเช่นนั้น สิ่งสำคัญคือประเด็น และข้อกฎหมาย หลายเรื่องมันค้านสายตาประชาชน ซึ่งบางกรณีเป็นนามธรรมมาก และขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแต่ละคน

ซึ่งดุลพินิจมันยากที่จะบอกว่ามาตรฐานการปฏิบัติแบบไหนเป็นสิ่งที่ควรทำ ถึงแม้เราจะเห็นแตกต่าง แต่ต้องปฏิบัติเพราะเป็นกฎหมาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะทำให้ชัดเจนขึ้น ยุคสมัยเปลี่ยนไปสถานการณ์เปลี่ยนไป ซึ่งกฎหมายบางฉบับหรือรัฐธรรมนูญบางข้อ อาจเกิดมาในสถานการณ์ที่ต้องการแก้ปัญหาบางอย่าง แต่เมื่อเปลี่ยนผ่านไป ก็ว่าน่าจะแก้ได้

แต่เป็นเรื่องของสภา ทั้ง สส. และ สว. เพราะฉะนั้นควรเป็นประเด็นร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาล โดยจะมีการหารือกันว่ามีประเด็นไหนบ้างที่คิดว่าร่วมกัน เพื่อนำเสนอในการแก้ปัญหา

ทั้งนี้ คาดว่าสัปดาห์หน้าจะเชิญหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล มาปรึกษาหารือ ส่วนตอนนี้ให้ไปรับฟังสิ่งต่าง ๆ ที่คิดว่าเป็นข้อปฏิบัติที่มีปัญหา และมาเขียนเป็นร่างกฎหมาย

นายภูมิธรรมกล่าวว่า วิธีที่ดีที่สุด และเร็วที่สุด คือการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ซึ่งสามารถแก้ได้เลย แต่ต้องเข้ากระบวนการทั้งหมดที่กำหนดไว้ และเรื่องนี้ไม่ได้ขัดแย้งกับการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งที่ตนเคยเป็นประธาน ตรงนั้นก็ให้ดำเนินการไปตามขั้นตอนที่จะแก้กฎหมายประชามติ เพื่อทำให้ประชามติสะท้อนความเป็นจริงให้มากที่สุด ซึ่งตรงนี้จะแก้คู่ขนานกันไป

ส่วนที่ สส. พรรคเพื่อไทย จะเน้นไปเรื่องของจริยธรรม ไม่ให้มีผลย้อนหลังนับตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 60 นายภูมิธรรมกล่าวว่า ต้องหารือกับ 6 พรรคร่วม คิดว่าประเด็นไหนมีปัญหาจะครอบคลุม หรือแก้ไขยึดโยงไปถึงระยะเวลาอย่างไร ตอนนี้ไม่สามารถพูดได้ เพราะเป็นเจตนารมณ์และความต้องการของแต่ละบุคคล ซึ่งอาจจะเห็นเหมือน หรือต่างกันได้

แต่หากพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 6 พรรคเห็นพ้องต้องกัน รวมไปถึง สส. และ สว. เห็นตรงกันประเด็นนี้ก็จะง่าย เพราะฉะนั้นจะต้องมาดูว่าสิ่งที่ 6 พรรคการเมืองคิด พรรคฝ่ายค้านคิด สภาผู้แทนราษฎรคิด วุฒิสภาคิด ย่อมมีหนทางข้อเสนอร่วมกันได้อย่างไร

ข้อมูล / ภาพ : ประชาชาติธุรกิจ

บีโอไอ ไฟเขียว ไฮเออร์ ลงทุนกว่า 1.3 หมื่นล้าน ยกไทยเป็นฐานผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ

นายก​ฯ ให้ รมต. ตอบปม “เฟด” ลดอัตราดอกเบี้ยแรง