การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติเดินหน้าอีกขั้น เมื่อ เฉิน จื้อ มหาเศรษฐีกัมพูชาเชื้อสายจีน ผู้ก่อตั้งและประธาน Prince Group ถูกจับกุมในกัมพูชาและถูกส่งตัวกลับประเทศจีนอย่างเร่งด่วน เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ท่ามกลางข้อกล่าวหาฉ้อโกงและฟอกเงินมูลค่ากว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.2 แสนล้านบาท คดีดังกล่าวเชื่อมโยงกับเครือข่ายศูนย์หลอกลวงออนไลน์ขนาดใหญ่ในกัมพูชา สร้างความเสียหายแก่เหยื่อทั่วโลก และถูกจับตามองจากหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และชาติในเอเชีย
จับกุมส่งจีน ภายใต้ความร่วมมือต้านอาชญากรรมข้ามชาติ
รายงานจากสื่อฮ่องกงและกัมพูชาระบุว่า เฉิน จื้อ ถูกจับกุมในกัมพูชา ก่อนถูกส่งตัวกลับจีนอย่างเงียบและรวดเร็ว ภายใต้กรอบความร่วมมือด้านการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ตามคำร้องขอของทางการจีน กระบวนการดังกล่าวสะท้อนความจริงจังของปักกิ่งในการจัดการอาชญากรรมไซเบอร์ที่มีต้นตอเชื่อมโยงกับจีน
ขณะเดียวกัน โฆษกรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติกัมพูชายังไม่ออกมายืนยันรายละเอียดอย่างเป็นทางการ โดยให้เหตุผลว่ายังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวด้านความมั่นคงในภูมิภาคมองว่า การส่งตัวกลับจีนครั้งนี้เป็นสัญญาณทางการเมืองและกฎหมายที่มีนัยสำคัญต่อความร่วมมือระหว่างสองประเทศ
สหรัฐฯ ชี้เบื้องหลังอาณาจักร “สแกมคอมพาวด์”
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา (DOJ) ระบุว่า เฉิน จื้อ เป็นผู้วางแผนและควบคุมเครือข่ายศูนย์หลอกลวงออนไลน์ หรือ “สแกมคอมพาวด์” ในกัมพูชา ซึ่งใช้แรงงานบังคับและหลอกลวงเหยื่อผ่านการลงทุนคริปโทเคอร์เรนซีและการหลอกเชิงความรัก หรือที่เรียกว่า “แก๊งเชือดหมู”
อัยการสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เครือข่ายดังกล่าวสร้างความเสียหายแก่เหยื่อทั่วโลกมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ และได้ดำเนินการยึดบิตคอยน์กว่า 127,000 เหรียญ มูลค่าราว 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นการยึดสกุลเงินดิจิทัลครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ DOJ
Prince Group จากอาณาจักรธุรกิจ สู่ข้อกล่าวหาองค์กรอาชญากรรม
Prince Group ก่อตั้งในปี 2558 และขยายธุรกิจอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม ธนาคาร อีคอมเมิร์ซ และการเงินในหลายประเทศ อย่างไรก็ตาม ทางการสหรัฐฯ และอังกฤษได้ขึ้นบัญชีกลุ่มนี้เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยระบุว่าดำเนินธุรกิจผ่านบริษัทในเครือหลายสิบแห่งในกว่า 30 ประเทศ
การคว่ำบาตรดังกล่าวนำไปสู่การอายัดทรัพย์สินของ Prince Group ในหลายเขตอำนาจศาล ทั้งฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน และยุโรป รวมถึงการยึดรถหรู อสังหาริมทรัพย์ และทรัพย์สินดิจิทัลจำนวนมาก
เงื่อนปมความสัมพันธ์การเมืองกัมพูชา
ชื่อของ เฉิน จื้อ ถูกพาดพิงถึงความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้นำระดับสูงของกัมพูชา โดยมีรายงานว่าเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาให้กับ ฮุน เซน และ ฮุน มาเนต ประเด็นนี้ทำให้การจับกุมและการส่งตัวกลับจีนได้รับความสนใจอย่างมากในเชิงการเมืองระหว่างประเทศ
นักวิเคราะห์มองว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจสะท้อนแรงกดดันจากนานาชาติ โดยเฉพาะสหรัฐฯ และพันธมิตร ที่ต้องการให้กัมพูชาจัดการกับอาชญากรรมไซเบอร์อย่างจริงจัง หลังถูกวิจารณ์ว่าเป็นฐานปฏิบัติการสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อายัดทรัพย์ทั่วโลก สะเทือนเครือข่ายสแกมเมอร์
ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์หลังชื่อของ เฉิน จื้อ ถูกเปิดโปง หน่วยงานการเงินในหลายประเทศได้อายัดทรัพย์สินที่เชื่อมโยงกับเขาและ Prince Group รวมกันไม่น้อยกว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนขนาดและความซับซ้อนของเครือข่ายอาชญากรรมทางการเงิน
กรณีนี้ยังจุดคำถามต่อระบบกำกับดูแลทางการเงินของหลายประเทศว่า เหตุใดองค์กรที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นหนึ่งในเครือข่ายอาชญากรรมใหญ่ที่สุดในเอเชีย จึงสามารถดำเนินธุรกิจและขยายอิทธิพลได้ยาวนาน ก่อนจะถูกดำเนินคดีอย่างจริงจัง


